ทำความสะอาดลิ้นวันละครั้งช่วยลดฝ้าจากเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นแหล่งหนึ่งของกลิ่นปาก. ใช้แปรงขนนุ่มหรือที่ขูดลิ้นลากจากโคนลิ้นออกมาเบา ๆ ไม่กี่ครั้ง. ถ้าแผลบนลิ้นไม่หายหรือกลิ่นปากไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์.
ควรทำความสะอาดลิ้นเพราะผิวลิ้นเป็นที่สะสมของเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้ว ซึ่งทำให้เกิดฝ้าและกลิ่นปากได้ การแปรงฟันอย่างเดียวจึงยังไม่ครบ NHS แนะนำให้ทำความสะอาดลิ้นวันละครั้งด้วยที่ขูดลิ้นหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดลิ้น โดยใช้แรงเบา ๆ ร่วมกับการแปรงฟันและการทำความสะอาดซอกฟันตามปกติ
ทำไมต้องทำความสะอาดลิ้น?
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายว่าลิ้นที่สุขภาพดีมักมีสีชมพู ชุ่มชื้น และผิวเรียบ ผิวลิ้นไม่ได้แบนราบเหมือนผิวฟัน แต่มีปุ่มลิ้นเล็ก ๆ จำนวนมาก ช่องว่างระหว่างปุ่มเหล่านี้คือจุดที่สิ่งสกปรกติดค้างได้ง่าย และการบ้วนน้ำเพียงอย่างเดียวมักชะล้างออกได้ไม่หมด
Cleveland Clinic ระบุตรงกันว่าแบคทีเรียและเศษสิ่งสกปรกซ่อนตัวอยู่บนลิ้น และแนะนำให้ใช้ที่ขูดลิ้นเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลกลิ่นปาก ส่วนรามา แชนแนลเสริมว่าแบคทีเรียสะสมมากเป็นพิเศษบริเวณโคนลิ้น ซึ่งเป็นส่วนที่ทำความสะอาดให้ถึงได้ยากกว่าปลายลิ้น
สิ่งที่ควรเข้าใจคือการทำความสะอาดลิ้นเป็นนิสัยเสริมเพื่อความสะอาดและความสดชื่นในแต่ละวัน ไม่ได้ทำให้กลิ่นปากหายถาวร หากกลิ่นปากมาจากสาเหตุอื่น เช่น โรคเหงือก ฟันผุ หรือปัญหาสุขภาพนอกช่องปาก การขูดลิ้นเพียงอย่างเดียวจะไม่ช่วยแก้ที่ต้นเหตุ
ฝ้าบนลิ้นเกิดจากอะไร?
ตามข้อมูลของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ฝ้าสีขาวบนลิ้นคือเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้วที่ติดอยู่ระหว่างปุ่มลิ้น เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายสิ่งเหล่านี้จะเกิดสารประกอบซัลเฟอร์ที่ระเหยได้ ซึ่งเป็นที่มาสำคัญอย่างหนึ่งของกลิ่นปาก
ปัจจัยที่ทำให้ฝ้าสะสมมากขึ้น ได้แก่ การทำความสะอาดช่องปากไม่ทั่วถึง ปากแห้ง การหายใจทางปาก การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อดื่มน้ำน้อยหรือหายใจทางปากจนน้ำลายลดลง ฝ้าก็สะสมได้ง่ายขึ้น เพราะน้ำลายช่วยชะล้างแบคทีเรียในปากตามธรรมชาติ
หากอยากรู้รายละเอียดเรื่องสีและลักษณะของฝ้าขาว สามารถอ่านต่อในหัวข้อลิ้นเป็นฝ้าขาวเกิดจากอะไร ส่วนในบทความนี้ขอเน้นที่วิธีทำความสะอาด ข้อสำคัญคือฝ้าบาง ๆ ที่ขูดออกได้และกลับมาเป็นปกติถือเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป แต่ถ้ามีฝ้าหนาที่ขูดไม่ออก มีปื้นสีผิดปกติ หรือมีแผลบนลิ้นที่ไม่หาย ไม่ควรวินิจฉัยเอง ควรไปพบทันตแพทย์หรือแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
ขูดลิ้นด้วยอุปกรณ์อะไรได้บ้าง?
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะนำว่าทำความสะอาดลิ้นได้ทั้งด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มและที่ขูดลิ้น ดังนั้นไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์พิเศษเพื่อเริ่มต้น ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มที่มีอยู่ก่อนก็ได้
แปรงสีฟันขนนุ่มหาง่ายและใช้ต่อเนื่องจากการแปรงฟันได้ทันที แต่บางคนรู้สึกว่าหัวแปรงหนา พอสอดเข้าไปถึงโคนลิ้นแล้วรู้สึกอยากอาเจียน ส่วนที่ขูดลิ้นมักเป็นแผ่นบางโค้งรับกับผิวลิ้น จึงลากผ่านผิวลิ้นได้เป็นแนวกว้างในครั้งเดียว ใครถนัดแบบไหนก็เลือกแบบนั้น การเปรียบเทียบสองแบบนี้แบบละเอียดมีอยู่ในหัวข้อขูดลิ้นด้วยที่ขูดลิ้นหรือแปรงสีฟัน
หลักการเลือกง่าย ๆ คือขอบต้องเรียบ ไม่คม ทำความสะอาดง่าย และควรใช้เฉพาะตัวเอง ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น ถ้าใช้แปรงสีฟัน THAYA Extra Soft ซึ่งมาเป็นแพ็ก 6 ชิ้น อาจแยกไว้หนึ่งด้ามสำหรับแปรงลิ้นโดยเฉพาะ โดยตรวจสอบข้อมูลบนฉลากก่อนใช้งาน ไม่ควรใช้ของแข็งหรือของมีคม เช่น ช้อนที่ขอบบาง หรือเล็บ มาขูดลิ้นแทน
ขูดลิ้นอย่างไรไม่ให้ลิ้นบาดเจ็บ?
เริ่มจากแลบลิ้นออกมาให้สุดเท่าที่สบาย วางแปรงหรือที่ขูดลิ้นบริเวณโคนลิ้นเท่าที่ไปถึงได้โดยไม่รู้สึกพะอืดพะอม แล้วลากออกมาทางปลายลิ้นช้า ๆ ด้วยแรงเบา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะนำให้ทำจากโคนลิ้นออกมาทางปลายลิ้นอย่างนุ่มนวลประมาณ 4-5 ครั้ง ระหว่างนั้นจะล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำสะอาด และบ้วนปากเมื่อเสร็จก็ได้
สิ่งที่ควรระวังคือการกดแรงเกินไปหรือขูดซ้ำหลายรอบเพราะอยากให้ลิ้นขาวสะอาดทันที ผิวลิ้นเป็นเนื้อเยื่ออ่อน การขูดแรงอาจทำให้ลิ้นถลอก แสบ หรือมีเลือดออกได้ หากรู้สึกเจ็บหรือเห็นรอยแดง ให้ลดแรงลงและเว้นระยะให้ลิ้นได้พัก ฝ้าที่ติดแน่นไม่จำเป็นต้องขูดออกหมดในวันเดียว
สำหรับคนที่รู้สึกอยากอาเจียนง่าย ลองเริ่มจากกลางลิ้นก่อน หายใจทางจมูกช้า ๆ แล้วค่อยขยับเข้าไปลึกขึ้นทีละน้อยในวันต่อ ๆ ไป เทคนิคเพิ่มเติมอยู่ในหัวข้อแปรงลิ้นแล้วรู้สึกอยากอาเจียน ทำอย่างไรดี หลังใช้เสร็จควรล้างอุปกรณ์ให้สะอาดและวางให้แห้ง เช่นเดียวกับการเก็บแปรงสีฟัน
ควรทำความสะอาดลิ้นบ่อยแค่ไหน?
ทั้ง NHS และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะนำให้ทำความสะอาดลิ้นวันละครั้ง ช่วงเวลาที่หลายคนสะดวกคือหลังแปรงฟันตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ้าสะสมมาตลอดคืน หรือจะทำก่อนนอนต่อจากการแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันก็ได้ เลือกเวลาที่ทำได้สม่ำเสมอทุกวัน
ไม่จำเป็นต้องขูดหลายรอบต่อวัน เพราะถ้าใช้แรงมากหรือทำถี่เกินไป ลิ้นอาจระคายเคืองได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือทำความสะอาดลิ้นควบคู่กับนิสัยพื้นฐาน คือแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ทำความสะอาดซอกฟันอย่างน้อยวันละครั้ง และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อไม่ให้ปากแห้ง
ถ้าทำความสะอาดลิ้นสม่ำเสมอแล้วแต่กลิ่นปากยังไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองไปไม่กี่สัปดาห์ NHS แนะนำให้ไปพบทันตแพทย์ เพราะอาจมีสาเหตุอื่น เช่น โรคเหงือก ฟันผุ หรือปัญหาที่ต้องให้แพทย์ตรวจ ทีมเนื้อหา THAYA แนะนำให้ถือว่าการขูดลิ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจวัตรดูแลช่องปาก ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาทุกอย่าง
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- ฝ้าบนลิ้นคือเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้วที่ติดระหว่างปุ่มลิ้น
- ใช้แปรงขนนุ่มหรือที่ขูดลิ้น ลากจากโคนลิ้นออกมาเบา ๆ ประมาณ 4-5 ครั้ง
- ทำวันละครั้งก็พอ ไม่ต้องขูดแรงหรือขูดบ่อย
- ฝ้าหนาที่ขูดไม่ออก แผลบนลิ้นที่ไม่หาย หรือกลิ่นปากที่ไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ขูดลิ้นแล้วกลิ่นปากจะหายถาวรไหม?
ไม่ถาวร การขูดลิ้นช่วยลดฝ้าที่เป็นแหล่งหนึ่งของกลิ่นปากในแต่ละวัน แต่ฝ้าจะกลับมาสะสมใหม่ จึงต้องทำเป็นประจำ และถ้ากลิ่นปากมาจากสาเหตุอื่น เช่น โรคเหงือกหรือฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
ใช้แปรงสีฟันแปรงลิ้นแทนที่ขูดลิ้นได้ไหม?
ได้ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะนำว่าใช้ได้ทั้งแปรงขนนุ่มและที่ขูดลิ้น เลือกแบบที่ใช้แล้วสบายและทำได้ทุกวัน ใช้แรงเบา ลากจากโคนลิ้นออกมาทางปลายลิ้น และควรใช้แปรงที่สะอาด ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น
ขูดลิ้นแล้วมีเลือดออกควรทำอย่างไร?
มักเกิดจากการกดแรงหรือขูดซ้ำหลายรอบ ให้หยุดพักสักระยะ แล้วเมื่อกลับมาทำให้ลดแรงลงและลดจำนวนครั้ง หากเลือดออกบ่อย มีแผลที่ไม่หาย หรือมีอาการเจ็บต่อเนื่อง ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีปัญหาอื่นหรือไม่
ลิ้นปกติควรมีลักษณะอย่างไร?
ตามข้อมูลของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ลิ้นที่สุขภาพดีมักมีสีชมพู ชุ่มชื้น และผิวเรียบ ฝ้าบาง ๆ ที่ขูดออกได้พบได้ทั่วไป แต่ถ้ามีปื้นผิดปกติ ฝ้าหนาที่ขูดไม่ออก หรือแผลที่ไม่หาย ควรให้ทันตแพทย์หรือแพทย์ตรวจ

