ยาสีฟันเด็กควรมีฟลูออไรด์ 1,000-1,500 ppm และใช้ได้ตั้งแต่ฟันซี่แรก. สิ่งที่ต้องปรับตามวัยคือปริมาณที่บีบ ตั้งแต่แค่แตะขนแปรงไปจนถึงเต็มความยาวแปรง. ผู้ปกครองควรบีบยาสีฟันให้ ดูแลขณะแปรง และสอนให้ลูกบ้วนทิ้ง.
คำตอบสั้น ๆ คือ ยาสีฟันเด็กที่ดีต้องมีฟลูออไรด์เหมือนยาสีฟันผู้ใหญ่ กรมอนามัยอ้างคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกว่าทุกช่วงวัยควรใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1,000-1,500 ppm วันละ 2 ครั้ง สิ่งที่ต่างกันจริงระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่จึงอยู่ที่ปริมาณที่บีบและการดูแลของผู้ปกครอง มากกว่าการต้องเลือกสูตรพิเศษ
ยาสีฟันเด็กต่างจากยาสีฟันผู้ใหญ่อย่างไร?
ยาสีฟันที่ขายเป็นยาสีฟันเด็กมักต่างจากของผู้ใหญ่ที่รสชาติ สีสัน และหน้าตาบรรจุภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้เด็กอยากแปรงฟัน แต่คำว่าสำหรับเด็กบนหน้ากล่องไม่ได้บอกว่ามีฟลูออไรด์เท่าไหร่ ผู้ปกครองจึงควรพลิกดูฉลากว่ามีฟลูออไรด์และระบุความเข้มข้นไว้หรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ภาพการ์ตูนหน้ากล่อง
ทีมเนื้อหา THAYA สรุปแนวทางในบทความนี้จากกรมอนามัย ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานสาธารณสุขในต่างประเทศ ถ้าลูกมีความเสี่ยงฟันผุสูงหรือมีปัญหาเฉพาะ ทันตแพทย์อาจแนะนำต่างออกไปตามการตรวจ
เด็กแต่ละวัยควรใช้ฟลูออไรด์ความเข้มข้นเท่าไหร่?
ตามแนวทางของไทย ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์แนะนำสำหรับคนทุกวัยและทุกระดับความเสี่ยงฟันผุ และกรมอนามัยระบุว่ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ตั้งแต่ 1,000 ppm เป็นวิธีป้องกันฟันผุที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่ง ดังนั้นสำหรับเด็ก ให้มองหาหลอดที่ระบุฟลูออไรด์ในช่วง 1,000-1,500 ppm
แนวทางของ NHS ประเทศอังกฤษแบ่งละเอียดขึ้นตามวัย คือ เด็กต่ำกว่า 3 ปีใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อย่างน้อย 1,000 ppm เด็ก 3-6 ปีใช้ 1,000-1,500 ppm และเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปใช้ 1,350-1,500 ppm ทั้งสองแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่ต้องหลีกเลี่ยงฟลูออไรด์ในเด็ก แต่ต้องควบคุมปริมาณให้พอดี
เหตุผลที่ต้องระวังปริมาณคือภาวะฟันตกกระ ซึ่งเกิดกับฟันที่ยังสร้างไม่เสร็จเมื่อได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป แนวทางของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยระบุว่าช่วงก่อนอายุ 2 ปีเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อฟันตกกระของฟันหน้าบนมากที่สุด การบีบยาสีฟันให้น้อยตามวัยจึงเป็นจุดที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันฟันผุกับความเสี่ยงนี้ ใครยังกังวลเรื่องความปลอดภัยของฟลูออไรด์ อ่านต่อได้ในบทความเรื่องฟลูออไรด์อันตรายไหม
ควรบีบยาสีฟันให้เด็กปริมาณเท่าไหร่?
กรมอนามัยและทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยแนะนำปริมาณตามวัยที่จำง่าย ดังนี้ ตั้งแต่ฟันซี่แรกจนถึงก่อนอายุ 3 ปี ใช้แค่แตะพอเปียกขนแปรง หรือประมาณ 0.1 กรัม อายุ 3 ถึงก่อน 6 ปี ใช้ปริมาณเท่ากับความกว้างของหน้าแปรง หรือประมาณ 0.25 กรัม และตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ใช้ปริมาณเท่ากับความยาวของหน้าแปรง หรือประมาณ 1 กรัม
ถ้าเคยอ่านแนวทางต่างประเทศ อาจเจอคำว่าป้ายบาง ๆ สำหรับเด็กเล็ก และขนาดเท่าเมล็ดถั่วสำหรับเด็ก 3-6 ปี ซึ่งเป็นหลักการเดียวกัน คือเด็กยิ่งเล็ก ยิ่งใช้น้อย
ในทางปฏิบัติ ผู้ปกครองควรเป็นคนบีบยาสีฟันเอง ไม่ปล่อยให้เด็กเล็กบีบจากหลอดเอง เพื่อให้ได้ปริมาณตรงตามวัย สำหรับเด็กต่ำกว่า 3 ปี ผู้ปกครองเป็นคนแปรงให้และเช็ดฟองออก ส่วนเด็ก 3-6 ปีควรแปรงภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ และแม้ลูกจะเกิน 7 ปีแล้ว ผู้ใหญ่ก็ยังควรดูวิธีแปรงอยู่เป็นระยะ
ถ้าลูกกลืนยาสีฟันควรทำอย่างไร?
กรมอนามัยระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมักกลืนยาสีฟันโดยไม่ตั้งใจ ผู้ปกครองจึงต้องควบคุมปริมาณและดูแลการแปรงฟันให้เด็กเล็กเสมอ กรมอนามัยระบุว่าเมื่อใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในปริมาณพอดีตามช่วงวัย อันตรายจากฟลูออไรด์ในยาสีฟันพบได้น้อยมาก ถ้าลูกเผลอกลืนยาสีฟันที่บีบตามปริมาณแนะนำไปบ้าง จึงไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรค่อย ๆ ฝึกให้บ้วนทิ้ง
สิ่งที่ช่วยได้คือ ควบคุมปริมาณที่บีบให้ตรงวัย สอนลูกให้ก้มหน้าบ้วนฟองทิ้งหลังแปรง และบ้วนน้ำเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องกลั้วน้ำหลายรอบ สำหรับเด็กที่ยังบ้วนไม่ได้ ให้ผู้ปกครองเช็ดฟองออกแทน ฝึกบ้วนด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่างและชมเมื่อลูกทำได้
อีกเรื่องที่สำคัญคือเก็บหลอดยาสีฟันให้พ้นมือเด็ก เพราะยาสีฟันเด็กมักแต่งรสผลไม้ จนเด็กบางคนอยากกินยาสีฟัน ถ้าลูกกินยาสีฟันเข้าไปในปริมาณมากจากหลอดโดยตรง หรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลพร้อมนำหลอดยาสีฟันไปด้วย ส่วนเด็กที่กลืนทุกครั้งจนผู้ปกครองกังวล ให้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาทันตแพทย์ตอนตรวจฟัน
รสชาติยาสีฟันมีผลต่อการแปรงฟันของเด็กไหม?
มีผลต่อความร่วมมือของเด็ก ยาสีฟันเด็กมักแต่งกลิ่นรสผลไม้เพื่อให้เด็กชอบและอยากแปรงฟัน ส่วนเด็กบางคนอาจไม่ชอบรสซ่าของยาสีฟันผู้ใหญ่ การเลือกรสที่ลูกยอมใช้จึงช่วยให้การแปรงฟันวันละ 2 ครั้งทำได้สม่ำเสมอขึ้น
ข้อควรระวังคือยาสีฟันรสผลไม้ กรมอนามัยเตือนว่ารสผลไม้ทำให้เด็กบางคนอยากกินยาสีฟัน ผู้ปกครองจึงต้องดูแลขณะแปรงเสมอ เพื่อไม่ให้เด็กได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป รสชาติจึงเป็นตัวช่วยให้อยากแปรง แต่ไม่ได้เป็นเกณฑ์หลักในการเลือก เกณฑ์หลักยังเป็นฟลูออไรด์และปริมาณที่ใช้ ใครกำลังหาวิธีทำให้ลูกยอมแปรงฟันโดยไม่งอแง มีเทคนิคเพิ่มเติมในบทความเฉพาะเรื่องนั้น
อ่านฉลากยาสีฟันเด็กก่อนซื้ออย่างไร?
ก่อนหยิบหลอดไหนใส่ตะกร้า ให้ดูสามจุดหลัก คือ มีฟลูออไรด์และระบุความเข้มข้นเป็น ppm บนฉลาก มีเครื่องหมายรับรองจาก อย. และวันผลิตไม่เกิน 3 ปี ถ้าฉลากระบุอายุผู้ใช้ ให้ปฏิบัติตามนั้นด้วย
บางบ้านอยากให้ลูกใช้ยาสีฟันหลอดเดียวกับผู้ใหญ่ ถ้าในบ้านใช้ยาสีฟัน THAYA Violet Whitening & Herbal Mix Berry ซึ่งบรรจุภัณฑ์ระบุฟลูออไรด์ 1500 ppm ขนาด 50 กรัม ให้อ่านฉลากก่อนว่าระบุอายุผู้ใช้ไว้อย่างไร ถ้าไม่แน่ใจให้เลือกยาสีฟันที่ฉลากระบุว่าเหมาะกับวัยของลูก หรือถามทันตแพทย์ และไม่ว่าจะใช้หลอดไหน ให้บีบปริมาณตามวัยของลูกเสมอ
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- ยาสีฟันเด็กควรมีฟลูออไรด์ 1,000-1,500 ppm ตั้งแต่ฟันซี่แรก
- ต่ำกว่า 3 ปีแตะพอเปียกขนแปรง 3-6 ปีเท่าความกว้างแปรง 6 ปีขึ้นไปเท่าความยาวแปรง
- ผู้ปกครองควรบีบยาสีฟันให้ ดูแลการแปรง และสอนให้บ้วนทิ้ง
- รสชาติช่วยให้อยากแปรง แต่รสผลไม้ต้องดูแลไม่ให้กลืน
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ยาสีฟันเด็กไม่มีฟลูออไรด์ใช้ได้ไหม?
ใช้แปรงฟันได้ แต่จะไม่ได้ประโยชน์เรื่องการป้องกันฟันผุจากฟลูออไรด์ แนวทางของไทยแนะนำยาสีฟันผสมฟลูออไรด์สำหรับทุกวัยตั้งแต่ฟันซี่แรก โดยควบคุมความปลอดภัยด้วยการบีบปริมาณให้น้อยตามวัย ถ้ามีเหตุผลเฉพาะที่ไม่อยากใช้ ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ลูกอายุ 2 ขวบ ควรบีบยาสีฟันเท่าไหร่?
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์แค่แตะพอเปียกขนแปรง หรือประมาณ 0.1 กรัม ผู้ปกครองควรเป็นคนบีบและแปรงให้ แล้วเช็ดฟองออกหลังแปรง ช่วงก่อน 2 ปีเป็นช่วงที่เสี่ยงฟันตกกระมากที่สุด จึงควรระวังไม่บีบเกินปริมาณนี้
ลูกอายุ 7 ขวบ ใช้ยาสีฟันหลอดเดียวกับผู้ใหญ่ได้ไหม?
โดยทั่วไปเด็กวัยนี้ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ช่วงความเข้มข้นใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ได้ แนวทางของ NHS ระบุ 1,350-1,500 ppm สำหรับเด็ก 7 ปีขึ้นไป และแนวทางไทยให้ใช้ปริมาณเท่าความยาวแปรงตั้งแต่ 6 ปี แต่ควรตรวจฉลากเรื่องอายุผู้ใช้ และผู้ใหญ่ยังควรดูวิธีแปรงอยู่
หลังแปรงฟัน ควรให้ลูกบ้วนน้ำไหม?
ให้ลูกบ้วนฟองยาสีฟันทิ้ง แล้วบ้วนน้ำเพียงเล็กน้อยก็พอ ไม่ต้องกลั้วน้ำหลายรอบ เพื่อให้ฟลูออไรด์ยังคงอยู่บนผิวฟัน สำหรับเด็กเล็กที่ยังบ้วนไม่เป็น ผู้ปกครองใช้ผ้าสะอาดเช็ดฟองออกแทน แล้วค่อย ๆ ฝึกบ้วนเมื่อโตขึ้น
