ฟลูออไรด์ในยาสีฟันไม่อันตรายเมื่อใช้ตามปริมาณที่เหมาะกับวัย และกรมอนามัยระบุว่าอันตรายพบได้น้อยมาก. สิ่งที่ควรระวังคือฟันตกกระในเด็กเล็กที่ได้รับฟลูออไรด์เกิน. ผู้ใหญ่ใช้ได้ตามปกติวันละสองครั้ง ส่วนเด็กให้ผู้ปกครองบีบยาสีฟันตามวัย.
คำตอบตรง ๆ ของคำถามว่าฟลูออไรด์อันตรายไหม คือฟลูออไรด์ในยาสีฟันไม่เป็นอันตรายเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะกับช่วงวัย กรมอนามัยระบุว่าอันตรายจากยาสีฟันผสมฟลูออไรด์พบได้น้อยมาก และข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียหลายเรื่องเป็นการบิดเบือน สิ่งที่ต้องระวังจริงคือการใช้เกินปริมาณในเด็กเล็ก ไม่ใช่การใช้ตามปกติของผู้ใหญ่
ฟลูออไรด์คืออะไร และทำไมจึงอยู่ในยาสีฟัน?
ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุที่ใส่ในยาสีฟันเพราะช่วยซ่อมแซมผิวฟันที่เริ่มถูกกรดทำลายในระยะแรก ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการคืนแร่ธาตุ หรือ remineralization ทำให้ฟันกลับมาแข็งแรงขึ้น งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ยังสรุปว่ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้ดีกว่ายาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์
กรมอนามัยอธิบายว่าการแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ตั้งแต่ 1,000 ppm ขึ้นไป เป็นวิธีป้องกันฟันผุที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะทุกคนทำเองได้ทุกวันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
ฟลูออไรด์ในยาสีฟันปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ไหม?
สำหรับผู้ใหญ่ แหล่งข้อมูลทางการแนะนำตรงกันให้ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์เป็นประจำ กรมอนามัยอ้างคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกว่าทุกวัยควรแปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ 1,000 ถึง 1,500 ppm และแนวทางการใช้ฟลูออไรด์ของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยปี 2560 ก็แนะนำยาสีฟันฟลูออไรด์สำหรับทุกช่วงวัยและทุกระดับความเสี่ยงฟันผุ
กรมอนามัยแนะนำให้ผู้ใหญ่บีบยาสีฟันประมาณความยาวของขนแปรง และอธิบายว่าการใช้ฟลูออไรด์ในช่องปากเน้นให้ฟลูออไรด์สัมผัสผิวฟัน ไม่จำเป็นต้องกลืนเข้าไป ผู้ใหญ่และเด็กวัยเรียนควบคุมการบ้วนทิ้งได้แล้ว จึงมีโอกาสกลืนยาสีฟันน้อยมาก ถึงอย่างนั้นก็ควรบ้วนฟองทิ้งทุกครั้ง ไม่กลืนจนเป็นนิสัย
ส่วนคำถามว่าควรเลือก 1,000 หรือ 1,500 ppm และตัวเลขบนหลอดหมายถึงอะไร เราอธิบายแยกไว้ในบทความยาสีฟันฟลูออไรด์ 1500 ppm ของ THAYA เพื่อไม่ให้บทความนี้ยาวเกินไป
ฟันตกกระจากฟลูออไรด์เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ฟันตกกระเป็นความเปลี่ยนแปลงของเคลือบฟันที่เกิดจากการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปในช่วงที่ฟันยังสร้างไม่เสร็จ ความเสี่ยงนี้จึงเกี่ยวกับเด็กเล็กเป็นหลัก แนวทางของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยระบุว่าช่วงก่อนอายุ 2 ปีเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อฟันตกกระของฟันหน้าบนมากที่สุด
งานทบทวนของ Cochrane ก็พบว่ายาสีฟันที่ความเข้มข้นสูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงฟันตกกระในฟันที่กำลังพัฒนา นี่คือเหตุผลที่คำแนะนำสำหรับเด็กเน้นเรื่องปริมาณยาสีฟันที่บีบ มากกว่าการเลิกใช้ฟลูออไรด์
สำหรับผู้ใหญ่ที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว การแปรงด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ตามปกติจึงไม่ใช่เหตุของฟันตกกระ ถ้าสังเกตเห็นรอยหรือจุดผิดปกติบนฟัน ไม่ควรเดาสาเหตุเอง เพราะอาจเป็นได้หลายอย่าง เช่น ฟันผุระยะเริ่มต้น ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ
เด็กควรได้รับฟลูออไรด์จากยาสีฟันเท่าไหร่?
ตามแนวทางของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยและกรมอนามัย ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้นจนถึงอายุต่ำกว่า 3 ปี ให้ใช้ยาสีฟันแค่แตะให้ขนแปรงเปียก ประมาณ 0.1 กรัม โดยผู้ปกครองเป็นคนแปรงและเช็ดฟองออก อายุ 3 ถึงต่ำกว่า 6 ปี ใช้ปริมาณเท่าความกว้างของแปรง ประมาณ 0.25 กรัม และตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปใช้เท่าความยาวของแปรง ประมาณ 1 กรัม
สมาคมทันตแพทย์อเมริกันให้คำแนะนำที่ใกล้เคียงกัน คือเด็กต่ำกว่า 3 ปีใช้ยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดข้าว และ 3 ถึง 6 ปีใช้ขนาดเท่าเมล็ดถั่ว แปรงวันละสองครั้งครั้งละ 2 นาทีโดยมีผู้ใหญ่ดูแล นอกจากนี้เด็กต่ำกว่า 6 ปีไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ เว้นแต่ทันตแพทย์แนะนำ
รายละเอียดการเลือกยาสีฟันเด็กและเทคนิคแปรงฟันให้ลูก อ่านต่อได้ในคู่มือยาสีฟันสำหรับเด็กของ THAYA
ข่าวลือเรื่องฟลูออไรด์ข้อไหนไม่จริง?
ข่าวลือที่พบบ่อยคือยาสีฟันฟลูออไรด์เป็นพิษ ควรเลิกใช้ทั้งบ้าน ข้อนี้ขัดกับข้อมูลของกรมอนามัยที่ระบุว่าอันตรายจากยาสีฟันฟลูออไรด์พบได้น้อยมาก และขัดกับแนวทางของทันตแพทยสมาคมฯ ที่แนะนำให้ใช้ทุกช่วงวัย การเลิกใช้ฟลูออไรด์ทั้งหมดอาจทำให้เสียเครื่องมือป้องกันฟันผุที่ง่ายที่สุดไป
อีกความเชื่อหนึ่งคือยิ่งเข้มข้นยิ่งดี งาน Cochrane พบว่ายาสีฟัน 1,450 ถึง 1,500 ppm ลดฟันผุได้มากกว่า 1,000 ถึง 1,250 ppm แต่ยาสีฟัน 1,700 ถึง 2,800 ppm ให้ผลใกล้เคียงกับ 1,450 ถึง 1,500 ppm จึงไม่จำเป็นต้องไล่หาความเข้มข้นสูงขึ้นเอง ยาสีฟันความเข้มข้นพิเศษควรใช้เมื่อทันตแพทย์แนะนำเท่านั้น
ส่วนความเชื่อว่ายาสีฟันสมุนไพรปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีฟลูออไรด์ เป็นเรื่องที่เราอธิบายไว้ในบทความยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ ข้อดีข้อเสีย ซึ่งช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น
ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์อย่างไรให้ปลอดภัย?
หลักง่าย ๆ คือ ใช้ปริมาณให้ตรงวัย แปรงวันละสองครั้ง บ้วนฟองทิ้งหลังแปรง และกรมอนามัยแนะนำให้บ้วนน้ำตามเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ฟลูออไรด์ยังอยู่บนผิวฟัน สำหรับเด็กเล็ก ผู้ปกครองควรเป็นคนบีบยาสีฟันเอง และเก็บหลอดยาสีฟันให้พ้นมือเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กบีบกินเล่น
ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ THAYA ยาสีฟัน THAYA Violet Whitening & Herbal Mix Berry เป็นยาสีฟันสมุนไพรที่บนกล่องระบุฟลูออไรด์ 1500 ppm ใช้ตามปริมาณที่แนะนำตามวัย และตรวจสอบฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
หากมีข้อสงสัยเฉพาะตัว เช่น ลูกกลืนยาสีฟันบ่อย ฟันมีรอยผิดปกติ หรือมีความเสี่ยงฟันผุสูง ควรปรึกษาทันตแพทย์ ซึ่งจะประเมินและแนะนำการใช้ฟลูออไรด์ที่เหมาะกับคุณได้ตรงกว่าข้อมูลทั่วไป
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- อันตรายจากยาสีฟันฟลูออไรด์ที่ใช้ตามปริมาณที่แนะนำพบได้น้อยมาก
- ฟันตกกระเกี่ยวข้องกับเด็กเล็กที่ได้รับฟลูออไรด์เกินในช่วงฟันกำลังสร้าง
- บีบยาสีฟันตามวัย แตะขนแปรง เท่าความกว้าง หรือเท่าความยาวของแปรง
- ความเข้มข้นสูงกว่าปกติควรใช้เมื่อทันตแพทย์แนะนำเท่านั้น
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ทุกวันจะสะสมในร่างกายจนอันตรายไหม?
เมื่อใช้ตามปริมาณที่แนะนำและบ้วนฟองทิ้ง กรมอนามัยระบุว่าอันตรายจากยาสีฟันฟลูออไรด์พบได้น้อยมาก และองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทุกวัยแปรงวันละสองครั้งด้วยยาสีฟัน 1,000 ถึง 1,500 ppm ข้อที่ควรระวังคือการกลืนเป็นนิสัยในเด็กเล็ก
เด็กเล็กเผลอกลืนยาสีฟันฟลูออไรด์ ต้องทำอย่างไร?
กรมอนามัยระบุว่าความเสี่ยงกลืนยาสีฟันในเด็กเล็กป้องกันได้ด้วยการบีบปริมาณให้พอดี สำหรับเด็กต่ำกว่า 3 ปี ให้แตะยาสีฟันพอขนแปรงเปียก ผู้ปกครองเป็นคนแปรงและเช็ดฟองออก แต่ถ้าเด็กกินยาสีฟันไปปริมาณมาก หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
ผู้ใหญ่จะเป็นฟันตกกระจากยาสีฟันได้ไหม?
ฟันตกกระเกิดในช่วงที่ฟันยังสร้างไม่เสร็จ แนวทางของทันตแพทยสมาคมฯ ระบุว่าช่วงก่อนอายุ 2 ปีเสี่ยงที่สุด ผู้ใหญ่ที่ฟันขึ้นครบแล้วจึงไม่ได้เกิดฟันตกกระจากการแปรงฟันตามปกติ ถ้ามีรอยผิดปกติบนฟัน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุ
ควรเปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์สูงกว่า 1,500 ppm เองไหม?
ไม่จำเป็น งานทบทวนของ Cochrane พบว่ายาสีฟัน 1,700 ถึง 2,800 ppm ให้ผลใกล้เคียงกับ 1,450 ถึง 1,500 ppm และความเข้มข้นที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงฟันตกกระในเด็ก ยาสีฟันความเข้มข้นพิเศษจึงควรใช้เมื่อทันตแพทย์ประเมินและแนะนำเท่านั้น


