ลูกไม่ยอมแปรงฟัน ให้เริ่มจากกิจวัตรเวลาเดิมทุกวันและให้ลูกได้เลือกเองบางส่วน. เกม เพลง และคำชมช่วยได้ แต่ผู้ปกครองยังต้องช่วยแปรงซ้ำจนลูกแปรงเองได้สะอาด. ถ้าลูกต่อต้านรุนแรงหรือบ่นเจ็บ ควรพบทันตแพทย์.
ลูกไม่ยอมแปรงฟันเป็นเรื่องที่พ่อแม่จำนวนมากเจอ และส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่าลูกดื้อ เด็กมักต่อต้านเพราะรู้สึกไม่สบายตัว อยากควบคุมเอง เหนื่อยหรือง่วงตอนก่อนนอน หรือเคยมีประสบการณ์ไม่ดี เช่น ถูกจับแปรงแรงๆ ทางแก้คือทำให้การแปรงฟันเป็นกิจวัตรที่คาดเดาได้ ให้ลูกมีส่วนร่วม และใช้ความสนุกช่วย โดยผู้ปกครองยังเป็นคนช่วยแปรงให้สะอาด
ทำไมเด็กหลายคนไม่ชอบแปรงฟัน?
เมื่อมองจากมุมของเด็ก การมีแปรงเข้ามาในปาก ฟองยาสีฟัน และการต้องอ้าปากค้างนานๆ อาจเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ เด็กบางคนไวต่อสัมผัสหรือรสชาติมากกว่าคนอื่น จึงรู้สึกว่าขนแปรงจั๊กจี้หรือฟองเยอะเกินไป ส่วนเด็กวัยเตาะแตะถึงวัยอนุบาลกำลังอยากทำอะไรเองและอยากพูดว่า "ไม่" การถูกบังคับจึงยิ่งทำให้ต่อต้านมากขึ้น
อีกสาเหตุที่พบบ่อยคือจังหวะเวลา การแปรงฟันก่อนนอนมักตรงกับช่วงที่ลูกเหนื่อยที่สุดของวัน ถ้าทุกคืนจบลงด้วยการร้องไห้ ลูกจะจำว่าการแปรงฟันเป็นเรื่องไม่สนุก ลองสังเกตว่าลูกต่อต้านตอนไหนและเพราะอะไร แล้วค่อยปรับทีละจุด จะได้ผลกว่าการเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
สร้างกิจวัตรแปรงฟันให้ลูกอย่างไร?
NHS ของสหราชอาณาจักรแนะนำให้แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 นาที โดยรอบหนึ่งควรเป็นก่อนนอน และให้ลูกบ้วนฟองทิ้งโดยไม่ต้องบ้วนน้ำตาม การทำซ้ำในเวลาเดิมทุกวัน เช่น หลังอาหารเช้าและหลังอาบน้ำก่อนนอน ช่วยให้ลูกรู้ว่ามันเป็นขั้นตอนหนึ่งของวัน ไม่ใช่เรื่องที่ต่อรองได้ทุกครั้ง
ลองทำให้กิจวัตรสั้น ชัด และเหมือนเดิมทุกคืน เช่น อาบน้ำ ใส่ชุดนอน แปรงฟัน อ่านนิทาน แล้วเข้านอน เมื่อแปรงฟันมีกิจกรรมที่ลูกชอบรออยู่ถัดไป ลูกจะร่วมมือง่ายขึ้น ควรเลี่ยงการแปรงฟันตอนลูกง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น อาจขยับเวลาแปรงก่อนนอนให้เร็วขึ้นเล็กน้อยแล้วไม่กินหรือดื่มอะไรนอกจากน้ำเปล่าหลังจากนั้น
การให้ลูกได้เลือกเองบางอย่างอาจช่วยลดการต่อต้านได้ เช่น ให้เลือกสีแปรงสีฟัน เลือกว่าจะแปรงหน้ากระจกหรือนั่งบนตักพ่อแม่ หรือให้ลูกแปรงเองก่อนแล้วพ่อแม่แปรงซ้ำ ส่วนเรื่องชนิดและปริมาณยาสีฟันให้ใช้ตามวัยของลูก ซึ่งอธิบายไว้ละเอียดในคู่มือยาสีฟันสำหรับเด็ก
พ่อแม่เป็นแบบอย่างสำคัญในสายตาลูก การแปรงฟันไปพร้อมกันทั้งครอบครัวทำให้ลูกเห็นว่าผู้ใหญ่ก็ทำเหมือนกัน และเปิดโอกาสให้ลูกเลียนแบบท่าทางการแปรงอย่างเป็นธรรมชาติ
ใช้เกม เพลง หรือรางวัลช่วยได้ไหม?
ใช้ได้ เพราะเด็กเล็กมักร่วมมือง่ายขึ้นเมื่อเรื่องนั้นสนุก เพลงสั้นๆ ที่ร้องจนจบใช้เวลาราว 2 นาที หรือนาฬิกาทรายช่วยให้ลูกเห็นว่าเหลือเวลาอีกเท่าไร การเล่าเรื่องว่ากำลัง "ตามหาเศษอาหารที่ซ่อนอยู่" ตามซอกฟันแต่ละซี่ก็ทำให้ลูกยอมอ้าปากนานขึ้น บางบ้านให้ลูกแปรงฟันให้ตุ๊กตาก่อนแล้วค่อยถึงคิวของลูก
เรื่องรางวัล ควรเน้นคำชมและการให้ความสนใจมากกว่าขนมหรือของเล่น เช่น ตารางติดสติกเกอร์ที่ลูกได้แปะเองทุกครั้งที่แปรงฟันเสร็จ เมื่อครบสัปดาห์อาจได้เลือกนิทานเล่มโปรดหรือกิจกรรมพิเศษกับพ่อแม่ ไม่ควรใช้ขนมหวานเป็นรางวัล เพราะขัดกับเป้าหมายของการดูแลฟัน
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการขู่หรือดุ เช่น บอกว่าถ้าไม่แปรงจะต้องไปถอนฟัน เพราะทำให้ลูกกลัวทั้งการแปรงฟันและการไปหาหมอฟัน ถ้าคืนไหนลูกงอแงมาก ให้แปรงสั้นๆ ให้ครบทุกด้านอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยลองใหม่วันรุ่งขึ้น ความสม่ำเสมอระยะยาวสำคัญกว่าการชนะในคืนเดียว
ผู้ปกครองควรช่วยแปรงฟันให้ลูกถึงอายุเท่าไหร่?
เด็กเล็กยังใช้มือได้ไม่คล่องพอจะแปรงให้ทั่วถึงด้วยตัวเอง สถาบันกุมารแพทย์อเมริกัน (AAP) แนะนำให้ผู้ปกครองช่วยหรือคอยดูการแปรงฟันจนถึงราวอายุ 10 ปี ส่วน NHS ของสหราชอาณาจักรแนะนำว่าแม้ลูกอายุ 7 ปีขึ้นไปแล้ว ผู้ใหญ่ก็ยังควรคอยดูว่าลูกแปรงถูกวิธี
วิธีที่ใช้ได้จริงคือ "ลูกแปรงก่อน พ่อแม่แปรงซ้ำ" ให้ลูกได้ฝึกเองก่อน แล้วผู้ปกครองแปรงซ้ำด้านในและฟันกรามด้านหลังที่ลูกมักแปรงไม่ถึง เมื่อลูกโตขึ้นจึงค่อยลดบทบาทจากผู้แปรงซ้ำเป็นผู้ตรวจ รายละเอียดว่าจะตรวจอย่างไรว่าลูกแปรงสะอาดแล้ว แยกไว้ในบทความถาม-ตอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ท่าที่ช่วยให้ผู้ปกครองแปรงได้ง่ายคือให้ลูกนอนหนุนตักหรือยืนหันหลังพิงตัวผู้ใหญ่หน้ากระจก จะมองเห็นฟันทั่วปากและประคองศีรษะลูกได้มั่นคง ใช้แปรงขนนุ่มขนาดเหมาะกับปากเด็กและแปรงเบาๆ เป็นวงเล็กๆ
ถ้าลูกต่อต้านมาก ควรปรึกษาใคร?
ถ้าลองปรับกิจวัตรแล้วลูกยังต่อต้านรุนแรงทุกครั้ง หรือร้องว่าเจ็บเวลาแปรง ควรพาไปพบทันตแพทย์ เพราะอาการเจ็บอาจมาจากฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือฟันกำลังขึ้น ซึ่งต้องให้ทันตแพทย์ตรวจ แหล่งข้อมูลด้านทันตกรรมเด็กแนะนำให้พาลูกพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อฟันซี่แรกขึ้น และไม่ควรเกินวันเกิดขวบแรก ทันตแพทย์เด็กยังช่วยสอนท่าแปรงที่เหมาะกับวัยและทำให้ลูกคุ้นเคยกับการดูแลฟันได้
หากลูกมีความไวต่อสัมผัสมาก ไม่ชอบให้อะไรเข้าปาก มีปัญหาการกินร่วมด้วย หรือพ่อแม่สงสัยเรื่องพัฒนาการ ควรปรึกษากุมารแพทย์ร่วมด้วย เพื่อหาวิธีช่วยที่เหมาะกับลูกแต่ละคน
การไปพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มจากการตรวจเบาๆ ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ช่วยให้ลูกไม่กลัวหมอฟัน และพ่อแม่ยังได้คำแนะนำเฉพาะตัว เช่น การเคลือบฟลูออไรด์หรือการดูแลฟันกรามที่ขึ้นใหม่ ทีมเนื้อหา THAYA เชื่อว่าการแปรงฟันที่บ้านอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการพบทันตแพทย์ คือพื้นฐานที่ดีของฟันลูกในระยะยาว
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- ลูกไม่ยอมแปรงฟันมักมาจากความไม่สบายตัว ความเหนื่อย หรืออยากควบคุมเอง ไม่ใช่ความดื้อเสมอไป
- แปรงวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 นาที ในเวลาเดิมทุกวัน รวมก่อนนอน
- ใช้เพลง เกม และคำชมแทนขนม และให้ลูกแปรงก่อนแล้วผู้ปกครองแปรงซ้ำ
- ถ้าลูกต่อต้านรุนแรงหรือบ่นเจ็บ ควรพาไปพบทันตแพทย์
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ลูกร้องไห้ทุกครั้งที่แปรงฟัน ควรหยุดแปรงไปก่อนไหม?
ไม่ควรหยุดไปเลย เพราะการแปรงฟันยังจำเป็นทุกวัน ให้ลดเวลาลงและแปรงอย่างนุ่มนวลให้ครบทุกด้าน แล้วค่อยปรับกิจวัตร เช่น เปลี่ยนเวลาแปรงก่อนลูกง่วงจัด ใช้เพลงหรือเกมช่วย ถ้าลูกร้องเพราะเจ็บ ควรพาไปให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุ
ให้ลูกแปรงฟันเองได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
ให้ลูกถือแปรงฝึกเองได้ตั้งแต่เล็ก แต่ผู้ปกครองควรแปรงซ้ำหรือคอยดู สถาบันกุมารแพทย์อเมริกันแนะนำให้ช่วยหรือดูแลการแปรงฟันจนถึงราวอายุ 10 ปี เพราะเด็กยังใช้มือได้ไม่คล่องพอจะแปรงให้สะอาดทั่วถึงทุกซี่
ให้ขนมเป็นรางวัลเมื่อลูกยอมแปรงฟันได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะขนมหวานขัดกับเป้าหมายของการดูแลฟัน ควรใช้คำชม ตารางสติกเกอร์ที่ลูกแปะเอง หรือสิทธิ์เลือกนิทานและกิจกรรมพิเศษกับพ่อแม่แทน รางวัลแบบนี้ช่วยให้ลูกรู้สึกภูมิใจกับการดูแลฟันของตัวเองได้ดีกว่า
ลูกบ่นว่าแปรงฟันแล้วเจ็บ ควรทำอย่างไร?
ลองใช้แปรงขนนุ่มขนาดเหมาะกับปากเด็กและแปรงเบาลง หากยังบ่นเจ็บ มีเลือดออก เหงือกบวม หรือเห็นจุดขาวหรือรูบนฟัน ควรพาไปพบทันตแพทย์ เพราะอาการเจ็บอาจมาจากฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือฟันกำลังขึ้น ซึ่งต้องตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ
