THAYA
TH

เลือกภาษา / Language

ไทยTH
Englishเร็ว ๆ นี้ / Coming soonEN
简体中文เร็ว ๆ นี้ / Coming soonZH
ລາວเร็ว ๆ นี้ / Coming soonLO

ตะกร้าสินค้า

เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ

พื้นที่ตะกร้าพร้อมสำหรับระบบสั่งซื้อใหม่ของ THAYA

ดูผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างการจัดวาง ยังไม่เปิดรับคำสั่งซื้อ
หน้าแรกข่าวสารและกิจกรรมบทความ

เหงือกอักเสบ อาการเป็นอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไร

เหงือกอักเสบคือโรคเหงือกระยะแรกจากคราบจุลินทรีย์ ดูอาการเหงือกแดง บวม เลือดออก ความต่างจากโรคปริทันต์ วิธีดูแลตัวเอง และเมื่อไหร่ควรพบทันตแพทย์

TL;DR

เหงือกอักเสบคือโรคเหงือกระยะแรกจากคราบจุลินทรีย์ ทำให้เหงือกแดง บวม และเลือดออกเวลาแปรงฟัน. ระยะนี้มักกลับเป็นปกติได้ด้วยการแปรงฟัน ทำความสะอาดซอกฟัน และขูดหินปูน. ถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์ที่ทำลายกระดูกรองรับฟัน.

เหงือกอักเสบ (gingivitis) คือโรคเหงือกระยะแรก เกิดจากคราบจุลินทรีย์ (plaque) ที่สะสมบริเวณขอบเหงือกจนเนื้อเหงือกเกิดการอักเสบ อาการที่พบบ่อยคือเหงือกแดง บวม และมีเลือดออกง่าย ข่าวดีคือศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าเหงือกอักเสบสามารถกลับเป็นปกติได้ด้วยการดูแลความสะอาดช่องปากที่ดีร่วมกับการดูแลจากทันตแพทย์

เหงือกอักเสบคืออะไร?

สถาบันวิจัยทันตกรรมและกะโหลกศีรษะแห่งชาติของสหรัฐฯ (NIDCR) อธิบายว่าโรคเหงือกคือการติดเชื้อของเนื้อเยื่อที่ยึดฟันไว้ในตำแหน่ง โดยมีต้นเหตุจากคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นแผ่นเหนียวที่มีแบคทีเรียอาศัยอยู่ ถ้าคราบนี้ไม่ถูกกำจัดออก มันจะแข็งตัวกลายเป็นหินปูน (tartar) ซึ่งต้องให้ทันตแพทย์หรือบุคลากรทางทันตกรรมเป็นผู้ขูดออกเท่านั้น การแปรงฟันเองที่บ้านเอาหินปูนออกไม่ได้

พูดง่าย ๆ คือเหงือกอักเสบเป็นสัญญาณเตือนระยะต้นที่บอกว่าการทำความสะอาดตรงขอบเหงือกและซอกฟันยังไม่ทั่วถึง ยิ่งรู้ตัวเร็วและปรับการดูแลเร็ว โอกาสที่เหงือกจะกลับมาแข็งแรงก็ยิ่งมาก

อาการเหงือกอักเสบที่สังเกตได้มีอะไรบ้าง?

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุอาการของเหงือกอักเสบไว้ชัดเจน คือขอบเหงือกมีสีแดงและบวม และมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน ข้อมูลของ CDC ก็อธิบายในทำนองเดียวกันว่าเหงือกอักเสบคือภาวะที่เหงือกแดง บวม และมีเลือดออก

ในชีวิตประจำวัน คุณอาจสังเกตได้จากการเห็นเลือดปนในฟองยาสีฟันตอนบ้วนทิ้ง มีเลือดติดขนแปรงหรือไหมขัดฟัน ขอบเหงือกที่เคยแนบชิดฟันกลับดูบวมนูนขึ้น หรือเหงือกบางจุดโดยเฉพาะตรงซอกฟันมีสีแดงเข้มกว่าบริเวณอื่น ลองส่องกระจกในที่สว่างหลังแปรงฟันเป็นประจำ จะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้น

ถ้าเลือดออกเป็นอาการเด่นที่ทำให้คุณกังวล รายละเอียดเรื่องสาเหตุและวิธีรับมืออ่านต่อได้ในคู่มือเลือดออกตามไรฟันตอนแปรงฟันของ THAYA ส่วนกรณีเหงือกบวมเพียงซี่เดียว มีบทความถาม-ตอบแยกไว้ให้โดยเฉพาะ

เหงือกอักเสบต่างจากโรคปริทันต์อย่างไร?

ทั้งสองภาวะเป็นโรคเหงือกเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ความรุนแรง เหงือกอักเสบเป็นระยะแรกที่การอักเสบยังอยู่ที่เนื้อเหงือก ส่วนโรคปริทันต์อักเสบ (periodontitis) เป็นระยะที่ลุกลามลงไปถึงกระดูกที่รองรับฟัน CDC ระบุว่าโรคปริทันต์อักเสบเกี่ยวข้องกับการสูญเสียกระดูก และเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียฟัน

สัญญาณที่บอกว่าอาจไม่ใช่แค่เหงือกอักเสบแล้ว ตามข้อมูลของกรมอนามัย ได้แก่ ฟันโยก เหงือกร่น มีกลิ่นปาก และมีหนองบริเวณเหงือก ถ้าพบอาการเหล่านี้ควรพบทันตแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเองนาน ๆ

จุดที่ควรจำคือ NIDCR ระบุว่าโรคเหงือกระยะแรกที่มีเหงือกบวมและเลือดออกมักกลับเป็นปกติได้ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน แต่เมื่อโรคลุกลามแล้วต้องอาศัยการรักษาโดยทันตแพทย์ เช่น การขูดหินปูนและเกลารากฟัน (scaling and root planing) ช่วงที่ยังเป็นเหงือกอักเสบจึงเป็นช่วงที่ดูแลได้ง่ายกว่ามาก

การดูแลประจำวันช่วยได้อย่างไร?

เพราะต้นเหตุคือคราบจุลินทรีย์ การดูแลประจำวันจึงเน้นที่การกำจัดคราบออกให้ทั่วถึงทุกวัน โดยเฉพาะตรงขอบเหงือกและซอกฟันซึ่งเป็นจุดที่คราบสะสมง่าย หลักพื้นฐานคือแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ วางขนแปรงให้ชิดขอบเหงือก และทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันวันละครั้ง NIDCR ระบุว่าการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นวิธีที่ช่วยให้โรคเหงือกระยะแรกกลับเป็นปกติได้

ระหว่างที่ปรับวิธีแปรงขอบเหงือกและเริ่มใช้ไหมขัดฟันอย่างจริงจัง ให้ใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบามือ และทำให้สม่ำเสมอทุกวัน ถ้าดูแลต่อเนื่องแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ ส่วนคำถามว่าควรหยุดแปรงตรงจุดที่เลือดออกหรือไม่ มีบทความถาม-ตอบแยกไว้ให้อ่านต่อ

น้ำยาบ้วนปากเป็นเพียงตัวเสริม ไม่ได้ใช้แทนการแปรงฟันและการทำความสะอาดซอกฟัน และไม่สามารถเอาหินปูนออกได้ ถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ THAYA เช่น แปรงสีฟัน THAYA Extra Soft แพ็ก 6 ชิ้น หรือน้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry ให้ใช้ตามวิธีบนบรรจุภัณฑ์และตรวจสอบฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง

ใครเสี่ยงเหงือกอักเสบมากกว่าคนอื่น?

กรมอนามัยระบุปัจจัยเสี่ยงของโรคเหงือกไว้ 3 ข้อหลัก คือแปรงฟันไม่สะอาด เป็นเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ และสูบบุหรี่ ข้อมูลของ CDC สอดคล้องกันว่าการดูแลช่องปากไม่ดี เบาหวาน และการสูบบุหรี่ สัมพันธ์กับโรคเหงือกที่รุนแรง ส่วน NIDCR ระบุว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคเหงือก

หญิงตั้งครรภ์เป็นอีกกลุ่มที่ควรใส่ใจ สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ระบุว่าเหงือกอักเสบพบได้บ่อยขึ้นในช่วงตั้งครรภ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการดูแลสุขภาพช่องปากทำได้อย่างปลอดภัยทุกช่วงของการตั้งครรภ์ จึงไม่ควรเลื่อนการพบทันตแพทย์ออกไปเพราะความกังวล

ผู้สูงอายุก็พบปัญหาเหงือกได้บ่อย กรมอนามัยอ้างอิงผลสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติปี 2560 ว่าคนไทยอายุ 60-74 ปี เป็นเหงือกอักเสบร้อยละ 48.6 และเป็นโรคปริทันต์อักเสบร้อยละ 36.3 ถ้าที่บ้านมีผู้สูงอายุ ลูกหลานช่วยสังเกตอาการเหงือกแดง บวม หรือเลือดออก และพาไปตรวจฟันตามนัดได้

ควรพบทันตแพทย์เมื่อไหร่?

ควรนัดพบทันตแพทย์เมื่อเหงือกยังแดง บวม หรือเลือดออกอยู่ แม้จะปรับวิธีแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอแล้ว หรือเมื่อเริ่มมีสัญญาณของโรคที่ลุกลาม เช่น ฟันโยก เหงือกร่น มีหนอง หรือกลิ่นปากที่ไม่หายไป ทันตแพทย์จะตรวจว่าเป็นเพียงเหงือกอักเสบหรือลุกลามไปแล้ว และขูดหินปูนที่การแปรงฟันเองเอาออกไม่ได้

แม้ไม่มีอาการ กรมอนามัยก็แนะนำให้พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง การตรวจตามนัดช่วยให้พบปัญหาตั้งแต่ระยะที่ดูแลได้ง่าย สำหรับคำถามว่าเหงือกอักเสบหายเองได้ไหมและใช้เวลานานแค่ไหน หรือการบ้วนน้ำเกลือช่วยเรื่องเหงือกได้จริงหรือไม่ THAYA รวบรวมคำตอบไว้ในบทความถาม-ตอบแยกต่างหาก

สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?

  • เหงือกอักเสบคือโรคเหงือกระยะแรกจากคราบจุลินทรีย์ อาการหลักคือเหงือกแดง บวม เลือดออก
  • ระยะนี้มักกลับเป็นปกติได้ด้วยการแปรงฟัน ทำความสะอาดซอกฟัน และขูดหินปูน
  • ฟันโยก เหงือกร่น มีหนอง เป็นสัญญาณว่าอาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์
  • คนสูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน และหญิงตั้งครรภ์ ควรใส่ใจเหงือกเป็นพิเศษ

มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?

เลือดออกเวลาแปรงฟัน แปลว่าเป็นเหงือกอักเสบเสมอไหม?

ไม่เสมอไป เลือดออกเวลาแปรงฟันเป็นอาการที่พบบ่อยของเหงือกอักเสบ แต่ก็อาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ถ้าแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอแล้วเลือดยังออกต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่น เช่น ฟันโยกหรือมีหนอง ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุ

ใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างเดียวแทนการแปรงฟันได้ไหม?

ไม่ได้ น้ำยาบ้วนปากเป็นเพียงตัวเสริม การกำจัดคราบจุลินทรีย์ตรงขอบเหงือกและซอกฟันยังต้องอาศัยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน ส่วนหินปูนที่แข็งตัวแล้วต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก ถ้าใช้น้ำยาบ้วนปากควรใช้ตามวิธีบนฉลาก

หินปูนเกี่ยวข้องกับเหงือกอักเสบอย่างไร?

หินปูนคือคราบจุลินทรีย์ที่ไม่ถูกกำจัดออกจนแข็งตัว NIDCR ระบุว่าหินปูนต้องให้บุคลากรทางทันตกรรมเป็นผู้ขูดออกเท่านั้น การแปรงฟันเองเอาออกไม่ได้ ถ้ามีหินปูนสะสมตามขอบเหงือก การดูแลที่บ้านอย่างเดียวจึงอาจไม่พอ ควรไปขูดหินปูนตามคำแนะนำของทันตแพทย์

ตั้งครรภ์แล้วเหงือกอักเสบ ไปหาทันตแพทย์ได้ไหม?

ได้ ADA ระบุว่าการดูแลสุขภาพช่องปากทำได้อย่างปลอดภัยทุกช่วงของการตั้งครรภ์ และเหงือกอักเสบพบได้บ่อยขึ้นในช่วงนี้เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง จึงควรแจ้งทันตแพทย์ว่ากำลังตั้งครรภ์ และไม่ควรเลื่อนการตรวจออกไปเพราะความกังวล

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากที่ไหน?

เลือกสิ่งที่เหมาะกับคุณ

ผลิตภัณฑ์ THAYA ตัวไหนเกี่ยวข้องกับบทความนี้?

เลือกดูผลิตภัณฑ์ตามความต้องการในการดูแลช่องปากประจำวัน

แพ็กแปรงสีฟัน THAYA Extra Soft 6 ชิ้น
แปรงสีฟัน

แปรงสีฟัน THAYA Extra Soft

แปรงสีฟัน THAYA แบบแพ็ก 6 ชิ้น พร้อมข้อความ Extra Soft บนบรรจุภัณฑ์

ดูรายละเอียด
น้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry
น้ำยาบ้วนปาก

น้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry

น้ำยาบ้วนปากกลิ่น Herbal Mix Berry สำหรับใช้เสริมหลังแปรงฟัน เพื่อความรู้สึกสะอาดและสดชื่น

ดูรายละเอียด
กลับสู่ข่าวสารและกิจกรรม
แบ่งปันบทความ