คราบพลัคคือคราบนิ่มที่มีเชื้อแบคทีเรียเกาะบนผิวฟัน ส่วนหินปูนคือคราบพลัคที่สะสมจนแข็งตัว. คราบพลัคยังแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันออกได้ แต่หินปูนต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก. การกำจัดคราบพลัคทุกวันจึงช่วยลดการเกิดหินปูนและปัญหาเหงือก.
คราบพลัค (plaque) คือคราบนิ่มเหนียวที่มีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ เกาะบนผิวฟันและตามขอบเหงือกอยู่ตลอดเวลา ส่วนหินปูน (tartar หรือ calculus) คือคราบพลัคที่ไม่ถูกกำจัดออกจนแข็งตัวติดแน่นบนฟัน ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ คราบพลัคยังแปรงและใช้ไหมขัดฟันออกได้เอง แต่หินปูนต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก
คราบพลัคคืออะไร?
คราบพลัคมักมองไม่ค่อยเห็นเพราะมีสีใกล้เคียงกับสีฟัน แต่ลองเอาลิ้นแตะผิวฟันตอนเช้าก่อนแปรง แล้วรู้สึกว่าผิวฟันไม่เรียบลื่น มีคราบลื่น ๆ เหนียว ๆ นั่นมักเป็นคราบพลัคที่สะสมมาทั้งคืน และ NHS ระบุว่าโรคเหงือกเกิดจากการสะสมของคราบพลัคบนฟัน
คราบพลัคเกิดขึ้นใหม่ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะดูแลดีแค่ไหน เป้าหมายของการทำความสะอาดช่องปากจึงไม่ใช่ทำให้ไม่มีคราบพลัคเลย แต่คือการกำจัดออกอย่างสม่ำเสมอก่อนที่มันจะสะสมนานจนก่อปัญหา
คราบพลัคกลายเป็นหินปูนได้อย่างไร?
เมื่อคราบพลัคถูกทิ้งไว้บนฟันโดยไม่ถูกแปรงหรือขัดออก มันจะค่อย ๆ แข็งตัวกลายเป็นหินปูน สถาบันวิจัยทันตกรรมแห่งชาติสหรัฐฯ (NIDCR) อธิบายว่าคราบพลัคที่แข็งตัวแล้วเรียกว่าหินปูน และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็อธิบายไว้ในทำนองเดียวกันว่าคราบจุลินทรีย์ที่สะสมจะแข็งตัวเป็นหินปูน
จุดที่มักพบหินปูนคือบริเวณที่แปรงไม่ค่อยถึง เช่น ซอกฟันและแนวขอบเหงือก กรมอนามัยระบุว่าการแปรงฟันอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ในซอกฟันและร่องเหงือกได้หมด จุดเหล่านี้จึงเป็นที่ที่คราบพลัคมีโอกาสอยู่นานจนแข็งตัว และเป็นเหตุผลที่การทำความสะอาดซอกฟันสำคัญไม่แพ้การแปรงฟัน
ความเร็วในการเกิดหินปูนของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนแปรงฟันทุกวันแต่ยังมีหินปูนมากกว่าคนอื่น ถ้าสงสัยว่าทำไม อ่านต่อได้ในบทความถาม-ตอบเรื่องสาเหตุที่หินปูนเกิดเร็วในบางคน ส่วนในบทความนี้ขอเน้นที่ความต่างระหว่างคราบสองแบบและสิ่งที่คุณทำได้เองในแต่ละวัน
หินปูนส่งผลต่อเหงือกและกลิ่นปากอย่างไร?
หินปูนแข็งและติดแน่น แปรงไม่หลุด บริเวณรอบ ๆ หินปูนจึงทำความสะอาดได้ยากขึ้น เมื่อคราบพลัคสะสมตามขอบเหงือก เหงือกจะเริ่มอักเสบ NIDCR อธิบายว่าโรคเหงือกคือการติดเชื้อของเนื้อเยื่อที่ยึดฟันไว้ ซึ่งมีสาเหตุจากคราบพลัค ระยะแรกเหงือกจะบวมแดงและมีเลือดออกง่าย
ถ้าปล่อยไว้ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายว่าหินปูนทำให้เหงือกอักเสบและทำลายกระดูกที่รองรับฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของฟันโยก ส่วน NHS ระบุว่าภาวะแทรกซ้อนของโรคเหงือกมีทั้งกลิ่นปาก เหงือกร่น ฟันโยกหรือฟันหลุด และฝีในช่องปาก
ในแง่กลิ่นปาก ความเกี่ยวข้องจึงมาทางโรคเหงือก เพราะคราบพลัคและหินปูนที่สะสมตามขอบเหงือกทำให้เหงือกอักเสบ และกลิ่นปากเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของโรคเหงือกที่ NHS ระบุไว้ ถ้ามีกลิ่นปากเรื้อรังร่วมกับเหงือกเลือดออก ควรให้ทันตแพทย์ตรวจดู
แปรงฟันกำจัดหินปูนได้ไหม?
แปรงฟันไม่สามารถกำจัดหินปูนที่แข็งตัวแล้วได้ NIDCR ระบุชัดว่าหินปูนต้องให้ทันตบุคลากรเป็นผู้กำจัดออกเท่านั้น การขูดหินปูนและเกลารากฟันจึงเป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคเหงือก
หลายคนพยายามขัดหินปูนเองด้วยการแปรงแรง ๆ หรือใช้วัตถุแข็งแคะ วิธีเหล่านี้ไม่ช่วยให้หินปูนหลุด และอาจทำให้เหงือกบาดเจ็บได้ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมไม่ควรขูดหินปูนเองที่บ้าน มีคำอธิบายแยกไว้ในบทความถาม-ตอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
สิ่งที่การแปรงฟันทำได้คือกำจัดคราบพลัคก่อนที่มันจะกลายเป็นหินปูน พูดง่าย ๆ คือการแปรงฟันเป็นการป้องกัน ไม่ใช่การแก้หินปูนที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อขูดหินปูนออกแล้ว การดูแลประจำวันที่ดีจะช่วยให้คราบใหม่สะสมช้าลง
ป้องกันหินปูนด้วยการดูแลประจำวันได้อย่างไร?
หลักคือกำจัดคราบพลัคให้ทั่วถึงทุกวัน เริ่มจากแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ วางขนแปรงที่แนวขอบเหงือกแล้วขยับสั้น ๆ ทีละตำแหน่ง ไม่ต้องกดแรง จากนั้นทำความสะอาดซอกฟันวันละครั้งด้วยไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน ซึ่ง NHS แนะนำไว้สำหรับการป้องกันโรคเหงือก ส่วนกรมอนามัยแนะนำให้ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้งหลังแปรงฟัน
ให้ความสำคัญกับจุดที่แปรงไม่ค่อยถึง เช่น ซอกฟัน แนวขอบเหงือก และฟันกรามซี่ในสุด ลองใช้กระจกส่องดูว่าแปรงถึงจริงหรือไม่ ถ้าคุณใส่เครื่องมือจัดฟันหรือมีสะพานฟัน กรมอนามัยแนะนำว่าไหมขัดฟันชนิดพิเศษ (super floss) เหมาะกับกรณีนี้ ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มอาจใช้ไหมขัดฟันแบบมีด้ามจับก่อน นอกจากนี้ NHS ยังแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่เพื่อป้องกันและรักษาโรคเหงือก
ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ THAYA ในกิจวัตรนี้ มีแปรงสีฟัน THAYA Extra Soft (แพ็ก 6 ชิ้น) และยาสีฟันสมุนไพร THAYA Violet Whitening & Herbal Mix Berry ซึ่งบรรจุภัณฑ์ระบุว่ามีฟลูออไรด์ 1500 ppm ทั้งสองอย่างเป็นเพียงเครื่องมือของการแปรงฟันประจำวัน ไม่ได้ช่วยขจัดหินปูนที่เกิดขึ้นแล้ว ควรอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
สุดท้ายคือไปพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจและขูดหินปูน เพราะไม่ว่าจะดูแลดีเพียงใด ก็อาจมีบางจุดที่แปรงไม่ถึง การให้ทันตแพทย์ช่วยเก็บส่วนที่หลงเหลือ ร่วมกับการดูแลของเราเองทุกวัน จึงเป็นการดูแลที่ควรทำควบคู่กันไป
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- คราบพลัคเป็นคราบนิ่มที่แปรงออกได้ หินปูนคือคราบพลัคที่แข็งตัวแล้ว
- หินปูนต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก แปรงฟันเองไม่สามารถกำจัดได้
- คราบพลัคและหินปูนเกี่ยวข้องกับเหงือกอักเสบ เลือดออก และกลิ่นปาก
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้งและทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน คือการป้องกันหลัก
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
หินปูนกับคราบพลัคดูด้วยตาเปล่าต่างกันอย่างไร?
คราบพลัคมักมีสีใกล้เคียงสีฟันและมองเห็นยาก รู้สึกได้เป็นคราบลื่นเหนียวเมื่อเอาลิ้นแตะผิวฟัน ส่วนหินปูนเป็นคราบแข็งที่ติดแน่น มักอยู่ตามขอบเหงือกหรือในจุดที่แปรงไม่ถึง และแปรงแล้วไม่หลุด อย่างไรก็ตาม การแยกให้แน่ชัดและประเมินว่าต้องขูดหินปูนหรือไม่ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ
ยาสีฟันช่วยละลายหินปูนที่มีอยู่แล้วได้ไหม?
ไม่ได้ หินปูนที่แข็งตัวแล้วต้องให้ทันตบุคลากรกำจัดออก ยาสีฟันและการแปรงฟันทำหน้าที่กำจัดคราบพลัคก่อนจะแข็งตัว จึงช่วยในด้านการป้องกันมากกว่า ถ้ารู้สึกว่ามีคราบแข็งเกาะตามขอบเหงือก ควรนัดทันตแพทย์เพื่อตรวจและขูดหินปูน
ควรไปขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นกับแต่ละคน ทันตแพทย์จะประเมินจากปริมาณหินปูน สภาพเหงือก และความเสี่ยงของคุณ แล้วแนะนำช่วงเวลานัดครั้งถัดไป สิ่งที่ควรทำคือไปตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และไม่ต้องรอจนมีอาการปวดหรือเหงือกบวมก่อนจึงค่อยไปพบทันตแพทย์
ใช้ไหมขัดฟันแล้วเลือดออก แปลว่ามีหินปูนหรือเปล่า?
ไม่จำเป็นเสมอไป เลือดออกขณะใช้ไหมขัดฟันมักเป็นสัญญาณของเหงือกอักเสบจากคราบพลัคสะสม ซึ่งอาจมีหรือไม่มีหินปูนร่วมด้วยก็ได้ ควรทำความสะอาดอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอต่อไป และ NHS แนะนำให้พบทันตแพทย์เมื่อเหงือกมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน เพื่อตรวจหาสาเหตุ


