บุหรี่ทำให้เกิดคราบบนผิวฟัน กลิ่นปาก และเพิ่มความเสี่ยงโรคเหงือกเป็นสองเท่าของคนไม่สูบ. บุหรี่ไฟฟ้ายังไม่มีหลักฐานว่าปลอดภัยต่อช่องปาก. วิธีที่ช่วยช่องปากได้มากคือการเลิกสูบ ควบคู่กับแปรงฟัน ทำความสะอาดซอกฟัน และพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ.
บุหรี่กับสุขภาพช่องปากเกี่ยวข้องกันโดยตรง ผลที่สำคัญคือโรคเหงือก CDC ระบุว่าคนสูบบุหรี่มีความเสี่ยงเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนไม่สูบประมาณสองเท่า และความเสี่ยงยิ่งเพิ่มตามจำนวนมวนที่สูบและจำนวนปีที่สูบ นอกจากนี้บุหรี่ยังทำให้เกิดคราบบนผิวฟันและกลิ่นปาก ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรอบตัวสังเกตเห็นได้ก่อน
บุหรี่ส่งผลต่อฟันและเหงือกอย่างไร?
เหตุผลที่บุหรี่ทำร้ายเหงือกมากเป็นเพราะการสูบทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ร่างกายจึงต่อสู้กับการติดเชื้อที่เหงือกได้ยากขึ้น และแผลที่เหงือกหายช้าลง CDC ยังระบุว่าการรักษาโรคเหงือกอาจได้ผลน้อยกว่าในคนที่สูบบุหรี่ และยาสูบทุกรูปแบบ ทั้งบุหรี่มวน ไปป์ และยาสูบไร้ควันชนิดเคี้ยวหรืออม ก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ เหงือกแดงหรือบวม เหงือกเจ็บหรือมีเลือดออก เจ็บเวลาเคี้ยว ฟันโยก เสียวฟัน และเหงือกร่นออกจากตัวฟัน ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจ ไม่ควรรอให้อาการหายเอง
ทำไมคนสูบบุหรี่มีกลิ่นปากและคราบบนฟัน?
เรื่องคราบ ADA MouthHealthy อธิบายว่าน้ำมันดิน (ทาร์) และนิโคตินในยาสูบทำให้เกิดคราบบนผิวฟัน คราบชนิดนี้เป็นคราบภายนอกที่เกาะบนผิวเคลือบฟัน และยิ่งสูบต่อเนื่องก็ยิ่งมีโอกาสเห็นคราบชัดขึ้น ADA ยังระบุว่ายาสีฟันสูตรไวท์เทนนิ่งช่วยขจัดได้เพียงคราบที่ผิวฟัน ไม่ได้เปลี่ยนสีเนื้อฟันแบบการฟอกสีฟัน รายละเอียดว่าคราบแบบไหนแปรงออกเองได้ อ่านเพิ่มได้ในบทความเรื่องฟันเหลืองจากสาเหตุต่าง ๆ
เรื่องกลิ่นปาก รามาแชนแนลระบุว่าการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ปากแห้งและเพิ่มกลิ่นปาก เมื่อน้ำลายน้อยลง แบคทีเรียที่ย่อยสลายเศษอาหารก็สะสมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้นด้านใน กลิ่นปากของคนสูบบุหรี่จึงมาจากทั้งกลิ่นควันโดยตรงและภาวะปากแห้งที่ตามมา
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ถ้ากลิ่นปากยังไม่หายไปแม้จะดูแลช่องปากดีแล้ว อาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจเพิ่ม และคนสูบบุหรี่เองก็เสี่ยงโรคเหงือกมากกว่าคนทั่วไป การกลบกลิ่นจึงไม่ใช่ทางออก ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุ
บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยต่อช่องปากกว่าไหม?
ยังสรุปไม่ได้ว่าปลอดภัยกว่า ADA MouthHealthy ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลครบถ้วนเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ากับสุขภาพฟัน และ ADA กังวลกับการโฆษณาว่าการรับนิโคตินบางรูปแบบอย่างการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่า ข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ช่องปากปลอดภัย
ADA รายงานว่ามีงานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับฟันผุที่ยังไม่ได้รักษา แต่ยังต้องศึกษาต่อว่าเป็นสาเหตุโดยตรงหรือไม่ ADA ยังระบุว่าสารแต่งกลิ่นรสที่มีน้ำตาลมีส่วนทำให้ฟันผุ ส่วนการตั้งความร้อนสูงอาจทำให้ไอระเหยมีสีเหลืองขึ้นจนฟันเปลี่ยนสี และเหนียวขึ้นจนเกาะค้างบนฟันได้นาน
นิโคตินเองก็เป็นสารเสพติดสูง ADA ระบุด้วยว่าแม้แต่ตลับน้ำยาที่อ้างว่าไม่มีนิโคตินก็ตรวจพบนิโคตินอยู่บ้าง ใครที่อยากดูแลช่องปากจริงจังจึงควรมองการเลิกทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเป้าหมาย
คนสูบบุหรี่ควรดูแลช่องปากอย่างไรเป็นพิเศษ?
CDC แนะนำให้คนสูบบุหรี่แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำเพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์ และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและทำความสะอาดฟันอย่างสม่ำเสมอ เพราะเหงือกของคนสูบบุหรี่ฟื้นตัวช้ากว่า การปล่อยให้คราบจุลินทรีย์สะสมจึงเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป
การแปรงฟันให้ใช้แปรงขนนุ่มและแปรงเบา ๆ ไม่ต้องขัดแรงเพื่อไล่คราบบุหรี่ เพราะการแปรงแรงอาจทำร้ายเหงือกและผิวฟันได้ ทำความสะอาดลิ้นด้วยการแปรงหรือขูดลิ้นเบา ๆ ดื่มน้ำเปล่าระหว่างวันเมื่อรู้สึกปากแห้ง และเมื่อแปรงฟันแล้วคราบยังไม่ออก ให้ทันตแพทย์ประเมินว่าควรทำอย่างไร แทนการใช้ผงขัดหรือวิธีที่แชร์กันในโซเชียล
ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ THAYA อย่างแปรงสีฟัน THAYA Extra Soft ซึ่งมาเป็นแพ็ก 6 ชิ้น หรือสเปรย์พ่นปาก THAYA Violet Fresh ควรตรวจสอบฉลากและใช้ตามคำแนะนำ สเปรย์พ่นปากช่วยให้ลมหายใจสดชื่นได้เพียงชั่วคราว ไม่ได้แก้สาเหตุของกลิ่นปาก และไม่ได้ลดผลของบุหรี่ต่อเหงือกแต่อย่างใด
เลิกบุหรี่แล้วช่องปากดีขึ้นอย่างไร?
CDC ระบุว่าการเลิกสูบบุหรี่หรือเลิกใช้ยาสูบชนิดเคี้ยวจะช่วยให้เหงือกหายดีขึ้นหลังการรักษา และการไม่สูบบุหรี่เป็นหนึ่งในวิธีหลักที่ลดความเสี่ยงโรคเหงือก และเมื่อความเสี่ยงเพิ่มตามจำนวนมวนและจำนวนปีที่สูบ การเลิกให้เร็วจึงช่วยไม่ให้ความเสี่ยงสะสมเพิ่มขึ้นอีก
ในชีวิตประจำวัน เมื่อหยุดสูบ ฟันก็ไม่ได้รับทาร์และนิโคตินที่ทำให้เกิดคราบเพิ่ม และลมหายใจก็ไม่มีกลิ่นควันบุหรี่ติดมาอีก ส่วนคราบเก่าที่สะสมมานานและสภาพเหงือก ควรให้ทันตแพทย์ตรวจและวางแผนการดูแลต่อ
การเลิกบุหรี่ไม่ง่าย และไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว ลองบอกทันตแพทย์หรือแพทย์ระหว่างการตรวจว่าอยากเลิก เพื่อขอคำแนะนำและช่องทางช่วยเลิกที่เหมาะกับตัวเอง ทีม THAYA มองว่าสิ่งที่ช่วยช่องปากของคนสูบบุหรี่ได้มากไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใด แต่คือการตัดสินใจเลิกและพบทันตแพทย์อย่างต่อเนื่อง
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- คนสูบบุหรี่เสี่ยงโรคเหงือกประมาณสองเท่าของคนไม่สูบ และเหงือกหายช้ากว่า
- ทาร์และนิโคตินทำให้เกิดคราบบนผิวฟัน ส่วนปากแห้งจากบุหรี่เพิ่มกลิ่นปาก
- ยังไม่มีหลักฐานว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยต่อช่องปาก
- การเลิกสูบช่วยให้เหงือกหายดีขึ้นหลังการรักษา และควรพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
สูบบุหรี่วันละไม่กี่มวน มีผลต่อเหงือกไหม?
มีผล CDC ระบุว่ายาสูบทุกรูปแบบเพิ่มความเสี่ยงโรคเหงือก และความเสี่ยงเพิ่มตามจำนวนมวนและจำนวนปีที่สูบ การสูบน้อยลงจึงดีกว่าสูบมาก แต่ไม่ได้ทำให้ปลอดภัย ควรตั้งเป้าเลิกสูบ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และพบทันตแพทย์ตามนัด
สเปรย์พ่นปากช่วยแก้กลิ่นบุหรี่ได้ไหม?
สเปรย์พ่นปากช่วยให้ลมหายใจสดชื่นได้เพียงชั่วคราว ไม่ได้แก้สาเหตุของกลิ่นปาก และไม่ได้ลดผลเสียของบุหรี่ต่อเหงือกและฟัน วิธีที่แก้กลิ่นจากบุหรี่ได้จริงคือการเลิกสูบ ร่วมกับแปรงฟัน ทำความสะอาดลิ้น และพบทันตแพทย์ถ้ากลิ่นไม่หาย
บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีควัน ฟันจะไม่เหลืองใช่ไหม?
ไม่แน่นอน ADA ระบุว่าการตั้งความร้อนสูงอาจทำให้ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ามีสีเหลืองขึ้นจนฟันเปลี่ยนสี และเหนียวขึ้นจนเกาะค้างบนฟัน นอกจากนี้สารแต่งกลิ่นรสที่มีน้ำตาลยังมีส่วนทำให้ฟันผุ จึงไม่ควรมองบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อช่องปาก
เลิกบุหรี่แล้วต้องไปหาหมอฟันไหม?
ควรไป เพราะโรคเหงือกที่เกิดขึ้นระหว่างที่สูบอาจยังอยู่ และคราบเก่าที่สะสมควรให้ทันตแพทย์ประเมิน CDC ระบุว่าการเลิกสูบช่วยให้เหงือกหายดีขึ้นหลังการรักษา จึงควรเลิกบุหรี่และไปตรวจทำความสะอาดฟันควบคู่กันไป


