การทำฟันขาวด้วยเบกกิ้งโซดา มะนาว หรือผงถ่านไม่ใช่วิธีที่หน่วยงานด้านสุขภาพแนะนำ. เบกกิ้งโซดาเป็นผงขัดที่อาจทำให้เคลือบฟันสึก ส่วนมะนาวเป็นกรดที่กัดกร่อนผิวฟัน. ถ้ากังวลเรื่องสีฟัน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุก่อน.
การทำฟันขาวด้วยเบกกิ้งโซดา มะนาว หรือผงถ่าน ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยและไม่ได้ผลอย่างที่หลายคนคาดหวัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่าการผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับเบกกิ้งโซดาเพื่อฟอกฟันเองเป็นข้อมูลที่ไม่ควรทำตาม ส่วน Cleveland Clinic จัดผงถ่านและน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลไว้ในกลุ่มวิธีที่ควรหลีกเลี่ยง
ทำไมสูตรทำฟันขาวเองจึงเป็นที่นิยม?
เหตุผลที่สูตรเหล่านี้แพร่หลายเข้าใจได้ไม่ยาก วัตถุดิบหาง่ายในครัว ราคาถูก และมีคลิปสั้นในโซเชียลที่โชว์ฟันขาวขึ้นหลังลองครั้งเดียว ภาพก่อนและหลังแบบนี้มักไม่ได้บอกว่าแสง มุมกล้อง หรือการแต่งภาพมีผลแค่ไหน และไม่ได้บอกว่าผิวฟันของคนในคลิปเป็นอย่างไรหลังทำซ้ำไปหลายเดือน
อีกเหตุผลหนึ่งคือความรู้สึกว่าของจากธรรมชาติปลอดภัยกว่าสารเคมี แต่ความเป็นธรรมชาติไม่ได้แปลว่าอ่อนโยนต่อฟัน กรดในผลไม้หรือผงขัดจากครัวก็ทำร้ายเคลือบฟันได้เหมือนกัน การป้องกันไม่ให้ผิวฟันสึกตั้งแต่แรกจึงสำคัญกว่า
เบกกิ้งโซดาขัดคราบได้จริงไหม และเสี่ยงอะไร?
เบกกิ้งโซดาเป็นผงที่มีฤทธิ์ขัดถู หลายคนจึงเชื่อว่าเอามาขัดคราบบนผิวฟันให้ขาวขึ้นได้ แต่การตักผงเบกกิ้งโซดามาถูฟันเองไม่มีใครควบคุมได้ว่าใช้มากแค่ไหน ถูแรงแค่ไหน หรือถูบ่อยเพียงใด
อย. ระบุว่าเบกกิ้งโซดาเป็นสารที่มีฤทธิ์ขัดถูและอาจทำให้เคลือบฟันสึกกร่อนได้ ยิ่งถ้าผสมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ อย. ยังเตือนว่าเปอร์ออกไซด์อาจระคายเคืองเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก และควรใช้ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์เท่านั้น การผสมสูตรเองที่บ้านจึงไม่มีใครควบคุมความเข้มข้นหรือระยะเวลาสัมผัสฟันได้เลย
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ สีฟันไม่ได้มาจากคราบบนผิวเสมอไป Cleveland Clinic ระบุว่าฟันที่ออกโทนน้ำตาลหรือเทาอาจบ่งบอกปัญหาที่ลึกกว่านั้น การขัดแรงขึ้นจึงไม่ใช่ทางออก และยิ่งเพิ่มการเสียดสีผิวฟันโดยไม่จำเป็น ถ้าสนใจว่าการแปรงด้วยเบกกิ้งโซดาทุกวันส่งผลอย่างไร มีคำตอบแยกไว้ในบทความถาม-ตอบเรื่องนี้
มะนาวหรือน้ำส้มสายชูทำร้ายเคลือบฟันอย่างไร?
มะนาวและน้ำส้มสายชูมีความเป็นกรด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ระบุว่าผลไม้รสเปรี้ยวและน้ำผลไม้ทำให้ฟันกร่อนและเสียวฟันได้ ส่วนคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่าการสัมผัสกรดบ่อย ๆ ทำให้ฟันกร่อน และความถี่ของการสัมผัสกรดสำคัญกว่าปริมาณ การเอามะนาวมาถูฟันทุกวันจึงเท่ากับให้ผิวฟันโดนกรดซ้ำ ๆ โดยตรง
ปัญหาจะหนักขึ้นเมื่อใช้กรดคู่กับการขัดถู คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่าการแปรงฟันทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มที่เป็นกรดทำให้ฟันสึกเร็วขึ้น สูตรที่ผสมมะนาวกับเบกกิ้งโซดาแล้วนำมาขัดฟันจึงรวมทั้งกรดและผงขัดไว้ในขั้นตอนเดียว
ความรู้สึกว่าฟันดูสะอาดหรือสว่างขึ้นหลังถูมะนาวจึงไม่ควรนำมาตัดสินว่าวิธีนี้ได้ผล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือผิวฟันโดนกรดซ้ำ ๆ ซึ่งคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายว่ากรดจะค่อย ๆ ละลายผิวฟัน Cleveland Clinic เองก็จัดน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลไว้ในวิธีที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะมีแนวโน้มไม่ได้ผลและบางกรณีทำให้ฟันเสียหาย ถ้าอยากรู้ว่าฟันกร่อนมีสัญญาณอย่างไร อ่านต่อได้ในคู่มือเรื่องเคลือบฟันกร่อน
ผงถ่านทำให้ฟันขาวได้จริงไหม?
ยังไม่มีหลักฐานที่หน่วยงานด้านสุขภาพยอมรับว่าผงถ่านทำให้ฟันขาวได้ Cleveland Clinic จัดผงถ่าน (charcoal powder) ไว้ในกลุ่มวิธีทางเลือกที่ควรหลีกเลี่ยง และอธิบายว่าวิธีกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นความเชื่อ มีแนวโน้มไม่ได้ผล และในบางกรณีอาจทำให้ฟันเสียหาย
ภาพก่อนและหลังในคลิปจึงยังไม่ใช่หลักฐานที่เชื่อถือได้ และการนำผงใด ๆ มาขัดถูฟันทุกวันก็เป็นการเพิ่มการเสียดสีผิวฟันโดยไม่จำเป็น ถ้าใช้แล้วรู้สึกเสียวฟันหรือเหงือกระคายเคือง ควรหยุดใช้และให้ทันตแพทย์ตรวจ
ถ้ากำลังพิจารณายาสีฟันชาร์โคลสำหรับใช้ประจำ ประเด็นนี้ต่างออกไปเล็กน้อยจากการใช้ผงถ่านล้วน มีรายละเอียดอยู่ในบทความถาม-ตอบเรื่องยาสีฟันชาร์โคลโดยเฉพาะ
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคืออะไร?
ขั้นแรกคือหาสาเหตุของสีฟันก่อน Cleveland Clinic ระบุว่าชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลม และบุหรี่ทำให้ฟันมีคราบได้ ขณะที่ฟันที่ออกโทนน้ำตาลหรือเทาอาจมีสาเหตุที่ลึกกว่านั้น ทางแก้จึงต่างกัน ทันตแพทย์สามารถตรวจได้ว่าเป็นคราบชนิดไหน มีฟันผุหรือหินปูนร่วมด้วยหรือไม่ อย. ระบุว่าควรรักษาฟันผุให้เรียบร้อยก่อนฟอกสีฟัน เพื่อเลี่ยงอาการเสียวหรือปวดฟัน
ถ้าต้องการฟอกสีฟัน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ อย. ระบุว่าการฟอกสีฟันด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ Cleveland Clinic อธิบายว่าการฟอกสีฟันที่คลินิกใช้สารที่เข้มข้นกว่าและทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วนการใช้แผ่นหรือเจลฟอกสีฟันมากเกินไปอาจทำให้เสียวฟันชั่วคราวหรือระคายเคืองเหงือก
ส่วนการดูแลประจำวัน การแปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ลดการจิบชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มสีเข้มทั้งวัน และบ้วนน้ำเปล่าหลังดื่ม ช่วยให้คราบสะสมน้อยลงได้โดยไม่ต้องพึ่งสูตรที่เสี่ยงต่อผิวฟัน ถ้าใช้วิธีใดแล้วเสียวฟันหรือเหงือกระคายเคือง ให้หยุดและพบทันตแพทย์
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- เบกกิ้งโซดาเป็นผงขัด อาจทำให้เคลือบฟันสึกถ้าใช้ขัดถูเอง
- มะนาวและน้ำส้มสายชูเป็นกรด ทำให้ฟันกร่อนเมื่อสัมผัสบ่อย
- ผงถ่านไม่มีหลักฐานว่าทำให้ฟันขาว และเป็นวิธีที่ควรหลีกเลี่ยง
- ให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุของสีฟันก่อนเลือกวิธีฟอกสีฟัน
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ใช้เบกกิ้งโซดาผสมยาสีฟันนาน ๆ ครั้ง ปลอดภัยไหม?
ไม่แนะนำให้ผสมเอง เพราะไม่สามารถควบคุมความหยาบและปริมาณผงขัดได้ อย. ระบุว่าเบกกิ้งโซดามีฤทธิ์ขัดถูและอาจทำให้เคลือบฟันสึก แม้ใช้นาน ๆ ครั้งก็ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนสีฟันจากภายใน ถ้าอยากลดคราบ ควรใช้ยาสีฟันสำเร็จรูปตามปกติและปรึกษาทันตแพทย์
ถูฟันด้วยเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวช่วยได้ไหม?
ไม่ควรทำ ผลไม้รสเปรี้ยวมีกรดที่ทำให้ฟันกร่อนได้ และการถูซ้ำ ๆ ทำให้ผิวฟันสัมผัสกรดโดยตรง ยิ่งถ้าแปรงฟันตามทันทีก็ยิ่งทำให้ผิวฟันสึกง่าย ความรู้สึกว่าฟันสว่างขึ้นจึงไม่ใช่สัญญาณว่าได้ผล ถ้ากังวลเรื่องสีฟันควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุ
ทำสูตรฟันขาวเองแล้วเสียวฟัน ควรทำอย่างไร?
ให้หยุดใช้สูตรนั้นทันที เปลี่ยนมาใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบา ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นกรดในช่วงนี้ ถ้าอาการเสียวไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจว่าผิวฟันสึกหรือมีฟันผุที่ต้องรักษาหรือไม่
สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ผสมเบกกิ้งโซดาที่แชร์ในโซเชียลใช้ได้ไหม?
ไม่ควรทำตาม อย. ระบุว่าการผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับเบกกิ้งโซดาเพื่อฟอกฟันเองเป็นข้อมูลที่ไม่ควรเชื่อ เพราะเปอร์ออกไซด์อาจระคายเคืองเนื้อเยื่อในช่องปาก ส่วนเบกกิ้งโซดามีฤทธิ์ขัดถูที่อาจทำให้เคลือบฟันสึก การฟอกสีฟันด้วยเปอร์ออกไซด์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์
