THAYA
TH

เลือกภาษา / Language

ไทยTH
Englishเร็ว ๆ นี้ / Coming soonEN
简体中文เร็ว ๆ นี้ / Coming soonZH
ລາວเร็ว ๆ นี้ / Coming soonLO

ตะกร้าสินค้า

เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ

พื้นที่ตะกร้าพร้อมสำหรับระบบสั่งซื้อใหม่ของ THAYA

ดูผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างการจัดวาง ยังไม่เปิดรับคำสั่งซื้อ
หน้าแรกข่าวสารและกิจกรรมบทความ

ฟอกสีฟันเองที่บ้าน อันตรายไหม? เจลฟอกสีฟันใช้ยังไง

ฟอกสีฟันเองที่บ้าน อันตรายไหม เจลฟอกสีฟันใช้ยังไง สรุปหลักการทำงานของเปอร์ออกไซด์ ผลข้างเคียง ใครไม่ควรใช้ และเช็กลิสต์ทำตามฉลากอย่างปลอดภัย

TL;DR

ฟอกสีฟันเองที่บ้านไม่ได้อันตรายเสมอไป แต่มีความเสี่ยงหากใช้ผิดวิธีหรือใช้ในคนที่ไม่เหมาะ. เจลฟอกสีฟันมักใช้สารกลุ่มเปอร์ออกไซด์ ซึ่งอาจทำให้เสียวฟันหรือระคายเหงือก. ควรให้ทันตแพทย์ตรวจก่อน อ่านฉลากให้ครบ และใช้ตามเวลาที่กำหนด.

การฟอกสีฟันเองที่บ้านไม่ได้อันตรายเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำแบบไม่มีข้อมูล ความเสี่ยงที่พบบ่อยคืออาการเสียวฟันและการระคายเคืองเหงือก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว ควรระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้นานหรือบ่อยกว่าที่ฉลากกำหนด ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบความเข้มข้น หรือใช้ขณะที่ยังมีฟันผุหรือโรคเหงือกอยู่ หน่วยงานด้านทันตกรรมจึงแนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเริ่ม

ฟอกสีฟันเองที่บ้าน อันตรายไหม?

NHS ของสหราชอาณาจักรอธิบายว่าการฟอกสีฟันคือการทำให้สีฟันอ่อนลงด้วยเจล และทันตแพทย์อาจจ่ายชุดเจลพร้อมถาดครอบฟันที่ทำให้พอดีกับฟันของแต่ละคนเพื่อใช้ต่อที่บ้านเป็นเวลาราว 2-6 สัปดาห์ NHS ยังระบุว่าผลของการฟอกสีฟันไม่ถาวร แม้ทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ผลอาจอยู่ได้ประมาณ 3 ปี

ทีมเนื้อหา THAYA เรียบเรียงคู่มือนี้เพื่ออธิบายหลักการทั่วไป ผลข้างเคียง กลุ่มคนที่ควรระวัง และขั้นตอนการอ่านฉลาก ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแทนคำแนะนำของทันตแพทย์ที่ได้ตรวจฟันของคุณจริง

เจลฟอกสีฟันทำงานอย่างไร?

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ระบุว่าสารที่ใช้ฟอกสีฟันบ่อยที่สุดคือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์จะปล่อยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ออกมาประมาณหนึ่งในสามของปริมาณ สารเหล่านี้ทำงานกับสารที่ทำให้ฟันมีสี จึงต่างจากยาสีฟันที่เน้นขัดคราบบนผิวฟัน

ในบริบทของสหรัฐอเมริกา ADA ระบุว่าความเข้มข้นในระบบฟอกสีฟันแบบใช้ที่บ้านมักอยู่ระหว่างคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ 10% ถึง 38% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อเองทั่วไปอาจต้องใช้เวลานานกว่ามากจึงจะได้ผลใกล้เคียงกัน และการฟอกสีฟันจากภายนอกแทบไม่สามารถขจัดสีที่อยู่ลึกในชั้นเนื้อฟันได้

อีกข้อที่สำคัญคือ การฟอกสีฟันใช้ได้กับฟันธรรมชาติเท่านั้น ADA ระบุว่าวัสดุบูรณะสีเหมือนฟันจะไม่เปลี่ยนสีตาม และ NHS ไม่แนะนำการฟอกสีฟันในคนที่มีครอบฟัน ฟันปลอม หรือรากฟันเทียม เพราะทำให้สีอ่อนลงได้เฉพาะฟันธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงอาจดูไม่สม่ำเสมอ หากมีงานทันตกรรมเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้

ความเข้มข้นของเปอร์ออกไซด์ในเจลฟอกสีฟันถูกควบคุมอย่างไร?

ตัวอย่างกฎหมายที่ชัดเจนคือ Council Directive 2011/84/EU ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดว่าผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก รวมถึงผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีอยู่หรือปลดปล่อยออกมาได้ไม่เกิน 0.1% ส่วนผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันที่มีมากกว่า 0.1% ถึงไม่เกิน 6% ให้จำหน่ายแก่ทันตแพทย์เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม 0.1-6% ตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้ใช้ครั้งแรกในแต่ละรอบการใช้ หรือใช้ภายใต้การดูแลโดยตรง จากนั้นจึงให้ผู้บริโภคใช้ต่อจนครบรอบ ห้ามใช้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และฉลากต้องระบุความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นเปอร์เซ็นต์

สำหรับประเทศไทย บทความนี้ไม่ได้อ้างอิงเกณฑ์ความเข้มข้นเฉพาะของสารฟอกสีฟัน แต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แนะนำว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้องมีฉลากภาษาไทยที่ระบุข้อความครบตามกฎหมาย รวมถึงเลขที่ใบรับจดแจ้ง และให้ตรวจสอบก่อนซื้อผ่านเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หากฉลากไม่ระบุสารสำคัญหรือข้อมูลไม่ครบ ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์นั้น

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการฟอกสีฟันมีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคืออาการเสียวฟัน ADA ระบุว่าอาการเสียวฟันอาจเกิดได้ถึงประมาณสองในสามของผู้ใช้ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและเกิดขึ้นชั่วคราว NHS อธิบายว่าอาการที่พบได้คือฟันเสียวเมื่อกินหรือดื่มของเย็นหรือของหวาน

ผลข้างเคียงอีกกลุ่มคือการระคายเคืองเหงือก ADA ระบุว่าเกิดได้จากการที่เจลเปอร์ออกไซด์สัมผัสเหงือก และมักหายไปไม่นานหลังจบการใช้ ส่วน NHS ระบุว่าอาจมีอาการเจ็บเหงือกหรือเจ็บคอ และอาจเห็นเป็นจุดขาวบนเหงือก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทันตแพทย์จะใช้วัสดุป้องกันเหงือกระหว่างทำ

หากมีอาการเสียวรุนแรง เจ็บมาก เหงือกเป็นแผล หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังหยุดใช้ ให้หยุดผลิตภัณฑ์ทันทีและไปพบทันตแพทย์ ไม่ควรใช้ต่อเพื่อให้ครบรอบ และไม่ควรเพิ่มปริมาณหรือเวลาเองเพื่อเร่งผล

ใครไม่ควรฟอกสีฟันเองโดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์?

NHS ระบุว่าการฟอกสีฟันจะไม่ทำในผู้ที่อายุ 17 ปีหรือน้อยกว่า และไม่แนะนำในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่ฟันหรือเหงือกยังไม่แข็งแรง ซึ่งรวมถึงคนที่มีฟันผุที่ยังไม่ได้รักษา หรือมีโรคเหงือก เพราะปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการตรวจและรักษาก่อน

คนที่มีครอบฟัน วีเนียร์ ฟันปลอม รากฟันเทียม หรือวัสดุอุดสีเหมือนฟันในตำแหน่งที่มองเห็น ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเช่นกัน เพราะวัสดุเหล่านี้ไม่เปลี่ยนสี และอาจต้องวางแผนว่าจะเปลี่ยนวัสดุหลังฟอกสีฟันหรือไม่

นอกจากนี้ คนที่มีอาการเสียวฟันอยู่แล้ว ฟันเปลี่ยนสีเพียงซี่เดียว หรือฟันเคยได้รับการกระแทก ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุก่อน เพราะสีที่อยู่ลึกในเนื้อฟันอาจไม่ตอบสนองต่อการฟอกสีฟันจากภายนอก

ใช้เจลฟอกสีฟันอย่างไรให้ปลอดภัย ตามฉลากทีละขั้น?

ขั้นที่หนึ่ง นัดตรวจฟันกับทันตแพทย์ก่อนเริ่ม เพื่อรักษาฟันผุหรือปัญหาเหงือกให้เรียบร้อย ขั้นที่สอง อ่านฉลากให้ครบ ดูชื่อสารสำคัญและความเข้มข้น อายุผู้ใช้ เวลาที่ใช้ต่อครั้ง จำนวนวันต่อรอบ คำเตือน และเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากภาษาไทย ถ้าข้อมูลไม่ครบ ไม่ควรใช้

ขั้นที่สาม ใช้ปริมาณเจลตามที่ฉลากกำหนด ระวังไม่ให้เจลล้นไปโดนเหงือก ขั้นที่สี่ จับเวลาและหยุดตามที่กำหนด ไม่ใช้นานขึ้นหรือบ่อยขึ้นเอง ขั้นที่ห้า สังเกตอาการทุกวัน หากเสียวฟันมาก เหงือกขาวหรือเจ็บ ให้หยุดใช้และปรึกษาทันตแพทย์

ขั้นที่หก เก็บผลิตภัณฑ์ให้พ้นมือเด็ก ปิดฝาให้สนิท และเก็บตามสภาวะที่ฉลากระบุ ระหว่างนี้ยังต้องแปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ตามปกติ เพราะการฟอกสีฟันไม่ได้แทนการดูแลช่องปากประจำวัน

ชุดเจลฟอกสีฟัน THAYA ควรใช้อย่างไร?

ชุดเจลฟอกสีฟัน THAYA Crystal Whitening Gel ต้องใช้ตามคำแนะนำบนฉลากของผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ก่อนใช้ให้ตรวจสอบฉลากเรื่องส่วนผสม ความเข้มข้น อายุผู้ใช้ เวลาที่ใช้ และคำเตือน และปรึกษาทันตแพทย์ก่อนหากคุณอยู่ในกลุ่มที่ควรระวังตามที่อธิบายไว้ด้านบน THAYA ไม่ได้กล่าวอ้างผลลัพธ์ด้านสีฟันจากผลิตภัณฑ์นี้

ผลิตภัณฑ์ THAYA จำหน่ายที่ THAYA Official Store บน Shopee (shopee.co.th/thaya.brand) หากมีคำถามเกี่ยวกับการใช้ ให้ยึดข้อมูลบนฉลากเป็นหลัก และหยุดใช้ทันทีหากมีอาการผิดปกติ

สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?

  • เจลฟอกสีฟันส่วนใหญ่ใช้สารกลุ่มเปอร์ออกไซด์ ทำงานต่างจากยาสีฟัน
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือเสียวฟันและระคายเหงือก มักเป็นชั่วคราว
  • อายุต่ำกว่า 18 ปี ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ฟันผุ หรือโรคเหงือก ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อน
  • อ่านฉลากให้ครบและใช้ตามเวลาที่กำหนด ห้ามเพิ่มเองเพื่อเร่งผล

มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?

ฟอกสีฟันเองที่บ้าน ทำให้ฟันพังไหม?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือเสียวฟันและระคายเหงือก ซึ่ง ADA ระบุว่ามักเป็นชั่วคราว ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อใช้นานหรือบ่อยเกินฉลาก หรือใช้ขณะมีฟันผุและโรคเหงือก จึงควรให้ทันตแพทย์ตรวจก่อน ใช้ตามฉลาก และหยุดทันทีหากเจ็บหรือเสียวมาก

เจลฟอกสีฟันต้องใช้กี่นาที กี่วัน?

ขึ้นกับผลิตภัณฑ์และความเข้มข้น จึงต้องตรวจสอบฉลากทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น NHS ระบุว่าชุดที่ทันตแพทย์จ่ายให้ใช้ที่บ้านมักใส่ถาดราว 2-6 สัปดาห์ ไม่ควรใช้นานหรือบ่อยกว่าที่ฉลากกำหนด เพราะอาจเพิ่มโอกาสเสียวฟันและระคายเหงือก

อายุต่ำกว่า 18 ฟอกสีฟันได้ไหม?

ไม่แนะนำ NHS ระบุว่าการฟอกสีฟันจะไม่ทำในผู้ที่อายุ 17 ปีหรือน้อยกว่า และกฎหมายของสหภาพยุโรปกำหนดว่าผลิตภัณฑ์ที่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มากกว่า 0.1% ห้ามใช้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ปกครองที่กังวลเรื่องสีฟันของลูกควรพาไปพบทันตแพทย์

คนท้องฟอกสีฟันได้ไหม?

NHS ไม่แนะนำให้ฟอกสีฟันในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ช่วงนี้ควรโฟกัสที่การแปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์และไปตรวจฟันตามนัด หากกังวลเรื่องคราบหรือสีฟัน ให้ปรึกษาทันตแพทย์ถึงทางเลือกที่เหมาะสม

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากที่ไหน?

เลือกสิ่งที่เหมาะกับคุณ

ผลิตภัณฑ์ THAYA ตัวไหนเกี่ยวข้องกับบทความนี้?

เลือกดูผลิตภัณฑ์ตามความต้องการในการดูแลช่องปากประจำวัน

ชุดผลิตภัณฑ์ THAYA Crystal Whitening Gel
ชุดเจลฟอกสีฟัน

ชุดเจลฟอกสีฟัน THAYA Crystal Whitening Gel

ชุดผลิตภัณฑ์ THAYA Crystal Whitening Gel ในบรรจุภัณฑ์สีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์

ดูรายละเอียด
กลับสู่ข่าวสารและกิจกรรม
แบ่งปันบทความ