ทั้งสองชื่อคือแหล่งฟลูออไรด์ในยาสีฟัน ADA จัดให้ Sodium Fluoride (NaF) และ Sodium Monofluorophosphate (MFP) อยู่ในกลุ่มสารประกอบฟลูออไรด์ที่ใช้ป้องกันฟันผุ ร่วมกับ Stannous Fluoride ส่วนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้ฉลากยาสีฟันฟลูออไรด์ระบุชื่อสารประกอบ เช่น สองชื่อนี้ ความต่างหลักคือโครงสร้างทางเคมี สำหรับผู้ซื้อทั่วไป ตัวเลขที่ควรดูมากกว่าชื่อสารคือปริมาณฟลูออไรด์รวมเป็น ppm
ทำไมฉลากยาสีฟันบางหลอดเขียน Sodium Fluoride บางหลอดเขียน Sodium Monofluorophosphate?
เพราะผู้ผลิตเลือกใช้สารประกอบฟลูออไรด์คนละชนิดได้ ทั้งสองแบบเป็นสารประกอบฟลูออไรด์ที่พบได้ในยาสีฟัน ADA ระบุว่ายาสีฟันที่อ้างว่าช่วยป้องกันฟันผุต้องมีฟลูออไรด์ และยกตัวอย่างสารประกอบที่ใช้ ได้แก่ Sodium Fluoride, Stannous Fluoride และ Sodium Monofluorophosphate
ในไทย อย. กำหนดว่ายาสีฟันผสมฟลูออไรด์เป็นเครื่องสำอาง ปริมาณฟลูออไรด์รวมต้องไม่เกิน 1,500 ppm และฉลากต้องระบุชื่อสารประกอบฟลูออไรด์ที่ใช้ เช่น Sodium Fluoride หรือ Sodium Monofluorophosphate การเห็นชื่อใดชื่อหนึ่งบนฉลากจึงเป็นการยืนยันว่ายาสีฟันหลอดนั้นมีฟลูออไรด์ ถ้าอ่านส่วนประกอบแล้วไม่พบชื่อสารประกอบฟลูออไรด์ชนิดใดเลย รวมถึง Stannous Fluoride ก็อาจเป็นสูตรที่ไม่มีฟลูออไรด์
ตัวเลข ppm กับเปอร์เซ็นต์ของสารบนฉลาก ต่างกันอย่างไร?
จุดที่อาจทำให้สับสนคือฉลากบางยี่ห้อบอกเปอร์เซ็นต์ของสารประกอบ บางยี่ห้อบอก ppm ของฟลูออไรด์ สองตัวเลขนี้วัดคนละอย่าง ppm หมายถึงปริมาณฟลูออไรด์ ส่วนเปอร์เซ็นต์หมายถึงน้ำหนักของสารประกอบทั้งโมเลกุล ซึ่งรวมส่วนที่ไม่ใช่ฟลูออไรด์ไว้ด้วย ตัวอย่างจากกรมอนามัยคือยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm มี Sodium Fluoride ร้อยละ 1.1 หรือฟลูออไรด์ 5 มิลลิกรัมต่อกรัม
ยาสีฟันเข้มข้นระดับนั้นใช้เฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ กรมอนามัยระบุว่ายาสีฟันในท้องตลาดทั่วไปมีฟลูออไรด์ 1,000–1,500 ppm ดังนั้นเวลาเทียบสองหลอด ให้เทียบที่ ppm ของฟลูออไรด์ ไม่ใช่เทียบเปอร์เซ็นต์ของสารประกอบที่ต่างชนิดกัน เพราะเปอร์เซ็นต์ของสารประกอบต่างชนิดกันไม่ได้บอกปริมาณฟลูออไรด์โดยตรง
ควรเลือกยาสีฟันที่ใช้สารแบบไหน?
สำหรับการใช้ประจำวัน ไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าต้องเป็นชื่อสารใดชื่อสารหนึ่ง สิ่งที่ควรเช็กคือมีสารประกอบฟลูออไรด์ระบุบนฉลาก มีปริมาณ ppm ที่เหมาะกับอายุผู้ใช้ และมีฉลากภาษาไทยพร้อมเลขที่ใบรับจดแจ้ง ตามที่ อย. แนะนำ ส่วนคนที่มีปัญหาเฉพาะ เช่น เสียวฟัน ADA ระบุว่ามีสูตรที่ใช้สารกลุ่มอื่นช่วยเรื่องนี้ ซึ่งควรปรึกษาทันตแพทย์
ถ้ามีประวัติแพ้ส่วนผสมในยาสีฟัน หรือทันตแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงฟันผุสูง ให้ถามทันตแพทย์ว่าควรใช้สูตรใด แทนการเปลี่ยนตามคำแนะนำในโซเชียล ทีมเนื้อหา THAYA อธิบายวิธีอ่านฉลากยาสีฟันทั้งหลอดไว้ในบทความหลักเรื่องอ่านฉลากยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ส่วนส่วนผสมอีกตัวที่คนถามบ่อย อ่านต่อได้ที่หัวข้อ SLS ในยาสีฟัน
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
Sodium Monofluorophosphate ป้องกันฟันผุได้เหมือน Sodium Fluoride ไหม?
ทั้งสองถูกจัดเป็นสารประกอบฟลูออไรด์สำหรับป้องกันฟันผุตามรายชื่อของ ADA และ อย. ยอมรับทั้งสองชื่อบนฉลากยาสีฟันฟลูออไรด์ สิ่งที่ผู้ใช้ควรใส่ใจมากกว่าคือปริมาณ ppm ที่เหมาะกับวัย การแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และการบีบยาสีฟันในปริมาณที่ถูกต้อง
ฉลากยาสีฟันไม่บอก ppm บอกแต่ชื่อสาร จะรู้ได้อย่างไรว่ามีฟลูออไรด์เท่าไร?
ถ้ามีชื่อสารประกอบฟลูออไรด์อยู่ในส่วนผสม แปลว่ามีฟลูออไรด์ ส่วนปริมาณให้ดูบนกล่องหรือหลอดว่ามีระบุ ppm ไว้หรือไม่ ยาสีฟันที่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอางในไทยต้องมีฟลูออไรด์รวมไม่เกิน 1,500 ppm ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ถามผู้ผลิตหรือเภสัชกร
ยาสีฟันที่มีทั้ง Sodium Fluoride และ Sodium Monofluorophosphate ได้ฟลูออไรด์มากเกินไปไหม?
ไม่ได้แปลว่าเกินเสมอไป เพราะสิ่งที่ถูกควบคุมคือปริมาณฟลูออไรด์รวมของทั้งหลอด ซึ่ง อย. กำหนดไม่เกิน 1,500 ppm สำหรับยาสีฟันที่เป็นเครื่องสำอาง การมีสองชื่อบนฉลากจึงหมายถึงมีแหล่งฟลูออไรด์สองชนิด ให้ดูตัวเลข ppm รวมและซื้อสินค้าที่มีเลขจดแจ้ง
