ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชัดเจนข้อมูลชัดเจนอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
รูทีนดูแลช่องปากทุกวันรูทีนทุกวันแปรง ทำความสะอาดซอกฟัน และบ้วน
สีสันจากมังคุดและเบอร์รีมังคุดและเบอร์รีเอกลักษณ์ที่จดจำง่ายของ THAYA
หน้าแรกคลังความรู้อ่านฉลากและเลือกซื้อ

SLS ในยาสีฟันคืออะไร ควรหลีกเลี่ยงไหม?

TL;DR

SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate คือสารทำให้เกิดฟองที่พบบ่อยในยาสีฟัน. ADA ระบุว่าสารนี้อาจระคายเคืองหรือทำให้แพ้ได้ในบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องเลี่ยง. ถ้าใช้แล้วปากระคาย ลองสูตรไม่มี SLS ที่ยังมีฟลูออไรด์ และพบทันตแพทย์ถ้าอาการไม่ดีขึ้น.

SLS ย่อมาจาก Sodium Lauryl Sulfate เป็นสารซักฟอกที่ทำให้ยาสีฟันเกิดฟอง ADA ระบุว่า SLS อาจเป็นสารระคายเคืองหรือสารก่อภูมิแพ้สำหรับบางคน ถ้าใช้แล้วไม่มีอาการผิดปกติก็ไม่จำเป็นต้องเลี่ยง แต่ถ้าสังเกตว่าใช้ยาสีฟันแล้วปากแสบ ระคาย หรือมีอาการผิดปกติซ้ำ ๆ การลองเปลี่ยนเป็นสูตรที่ไม่มี SLS ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล ขอเพียงเลือกสูตรที่ยังมีฟลูออไรด์

SLS อยู่ในยาสีฟันเพื่ออะไร?

ยาสีฟันไม่ได้มีแค่ฟลูออไรด์ ADA MouthHealthy อธิบายว่ายาสีฟันโดยทั่วไปมีสารขัดอย่างอ่อน สารให้ความชุ่มชื้น และสารซักฟอกเป็นส่วนประกอบ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยกตัวอย่างสารทำให้เกิดฟองในยาสีฟันว่ามี Sodium Lauryl Sulfate และ Sodium Lauroyl Sarcosinate SLS จึงเป็นส่วนผสมที่ทำหน้าที่สร้างฟองระหว่างแปรงฟัน

ฟองที่เยอะไม่ได้แปลว่าแปรงสะอาดกว่า ความสะอาดมาจากการแปรงให้ทั่วทุกด้านของฟันนานพอ และการทำความสะอาดซอกฟัน ส่วนการป้องกันฟันผุมาจากฟลูออไรด์ ไม่ใช่จาก SLS ปริมาณฟองจึงไม่ใช่ตัวบอกว่าแปรงสะอาดหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนไปใช้สูตรฟองน้อย ก็ให้แปรงด้วยเทคนิคเดิมอย่างสม่ำเสมอ

ใครที่อาจควรเลือกยาสีฟันไม่มี SLS?

กลุ่มที่ควรลองพิจารณาคือคนที่สังเกตเห็นความสัมพันธ์ระหว่างยาสีฟันกับอาการในปาก เช่น ใช้แล้วแสบเยื่อบุปาก เนื้อเยื่อในปากลอก หรือเหงือกและลิ้นแดงบวมเป็นประจำ ADA ระบุว่า SLS อาจเป็นสารระคายเคืองหรือก่อภูมิแพ้ในบางคน และอาการระคายที่ ADA ยกตัวอย่างก็มีทั้งรอยแดง บวม ผิวลอก หรือเป็นแผลในช่องปาก วิธีที่ใช้ได้จริงคือเปลี่ยนเป็นสูตรที่ไม่มี SLS สักระยะ แล้วสังเกตว่าอาการดีขึ้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม อาการในปากหลายอย่างมีสาเหตุอื่นได้ด้วย ทั้งการแปรงแรงเกินไป การกัดกระพุ้งแก้ม หรือโรคบางชนิด ถ้าเปลี่ยนยาสีฟันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น มีแผลในปากที่ไม่หาย หรือมีผื่นบวมร่วมด้วย ควรไปพบทันตแพทย์หรือแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แทนการเปลี่ยนยาสีฟันไปเรื่อย ๆ ส่วนคนที่ใช้ยาสีฟันที่มี SLS แล้วไม่มีอาการใด ๆ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะได้ยินว่าเป็นสารเคมี

ถ้าจะเปลี่ยนเป็นสูตรไม่มี SLS ต้องดูอะไรบนฉลาก?

ให้อ่านรายการส่วนผสมว่าไม่มีคำว่า Sodium Lauryl Sulfate หรือ SLS และเช็กให้แน่ใจว่ายังมีสารประกอบฟลูออไรด์อยู่ ADA MouthHealthy เตือนว่ายาสีฟันไม่ได้มีฟลูออไรด์ทุกสูตร จึงควรเลือกสูตรที่มี ซึ่งข้อนี้สำคัญเพราะยาสีฟันกลุ่มที่ชูจุดขายว่าอ่อนโยนหรือธรรมชาติบางสูตรอาจไม่มีฟลูออไรด์ เรื่องชื่อสารฟลูออไรด์ที่พบบนฉลาก อ่านเพิ่มได้ที่หัวข้อ Sodium Fluoride กับ Sodium Monofluorophosphate

อีกจุดคือสารทำให้เกิดฟองชนิดอื่น เช่น Sodium Lauroyl Sarcosinate ซึ่งชื่อคล้ายกันแต่ไม่ใช่ SLS ถ้าแพ้หรือระคายจากส่วนผสมใด ให้จดชื่อไว้แล้วนำไปให้ทันตแพทย์หรือเภสัชกรดู ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ THAYA หรือยี่ห้อใดก็ตาม ให้ตรวจสอบรายการส่วนผสมบนฉลากของหลอดที่ซื้อจริงทุกครั้ง ทีมเนื้อหา THAYA สรุปวิธีอ่านฉลากทั้งหลอดไว้ในบทความหลักเรื่องอ่านฉลากยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก

มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?

ยาสีฟันที่ฟองเยอะทำความสะอาดได้ดีกว่าไหม?

ไม่จำเป็น ฟองมาจากสารซักฟอกอย่าง SLS แต่ความสะอาดขึ้นกับการแปรงให้ทั่วทุกด้านประมาณ 2 นาทีและการทำความสะอาดซอกฟัน ส่วนการป้องกันฟันผุมาจากฟลูออไรด์ การเลือกยาสีฟันจึงควรดูฟลูออไรด์บนฉลากมากกว่าดูปริมาณฟอง

SLS ในยาสีฟันอันตรายถ้าเผลอกลืนไหม?

ยาสีฟันออกแบบมาให้แปรงแล้วบ้วนทิ้ง ไม่ได้ให้กลืน ไม่ว่าจะมี SLS หรือไม่ก็ตาม วิธีที่ดีคือบีบยาสีฟันในปริมาณที่เหมาะกับวัย และบ้วนฟองออกหลังแปรง สำหรับเด็กควรให้ผู้ใหญ่บีบให้และดูแลขณะแปรง ถ้ามีคนในบ้านกลืนยาสีฟันปริมาณมากหรือมีอาการผิดปกติ ให้ปรึกษาแพทย์ทันที

ยาสีฟันสมุนไพรไม่มี SLS ทุกสูตรใช่ไหม?

ไม่ใช่เสมอไป คำว่าสมุนไพรบอกถึงส่วนผสมบางตัว ไม่ได้บอกว่าไม่มี SLS ยาสีฟันสมุนไพรบางสูตรก็อาจมีสารทำให้เกิดฟองเหมือนยาสีฟันทั่วไป วิธีที่แน่ใจได้คืออ่านรายการส่วนผสมบนฉลากของหลอดที่จะซื้อ และเช็กไปพร้อมกันว่ามีฟลูออไรด์หรือไม่

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากที่ไหน?