คำตอบสั้น ๆ คือไม่ควรใช้แปรงสีฟันร่วมกับใคร แม้จะเป็นคนที่สนิทที่สุดอย่างแฟนหรือพ่อแม่ลูก สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ระบุชัดว่าแปรงสีฟันไม่ควรใช้ร่วมกัน เพราะการใช้ร่วมกันอาจถ่ายทอดของเหลวในร่างกายและจุลินทรีย์ระหว่างกันได้ ประเด็นสำคัญคือการจูบกับการใช้แปรงร่วมกันไม่เหมือนกัน เพราะขนแปรงสัมผัสทั้งผิวฟันและขอบเหงือกโดยตรง ไม่ได้สัมผัสแค่น้ำลาย แปรงจึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ควรมีคนละอัน
ทำไมการใช้แปรงร่วมกันจึงต่างจากการจูบหรือกินข้าวด้วยกัน?
หลายคนคิดว่าถ้าจูบกันได้ ใช้แปรงอันเดียวกันก็คงไม่ต่างกัน แต่แปรงสีฟันไม่ได้แค่สัมผัสน้ำลาย ขนแปรงถูกออกแบบมาให้เข้าไปถึงขอบเหงือกและซอกฟัน ซึ่งเป็นจุดที่คราบจุลินทรีย์มักสะสม และถ้าใครมีเหงือกอักเสบอยู่ ก็อาจมีเลือดออกขณะแปรงฟันได้
นอกจากนี้ แปรงที่ใช้แล้วยังชื้นอยู่และมีเชื้อเกาะได้ ADA ระบุว่าแปรงสีฟันมีแบคทีเรียอยู่ได้ และแม้ยังไม่มีหลักฐานว่าแบคทีเรียเหล่านี้ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ADA ก็ยังย้ำว่าไม่ควรใช้แปรงร่วมกัน เพราะเท่ากับนำของเหลวและจุลินทรีย์ของอีกคนมาสัมผัสฟันและเหงือกของเราโดยตรง
มีโรคไหนบ้างที่หน่วยงานสุขภาพเตือนเรื่องแปรงสีฟันโดยเฉพาะ?
ตัวอย่างที่ชัดคือไวรัสตับอักเสบบี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) แนะนำว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีไม่ควรใช้แปรงสีฟันหรือมีดโกนร่วมกับคนในบ้าน เพราะไวรัสนี้ติดต่อผ่านเลือดได้ และของใช้เหล่านี้อาจมีเลือดปนเปื้อน ในชีวิตจริงเราไม่อาจรู้ได้แน่ว่าใครมีเชื้ออะไรอยู่บ้าง การไม่ใช้แปรงร่วมกันตั้งแต่แรกจึงง่ายและปลอดภัยกว่า
แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับช่วงที่คนในบ้านป่วย เช่น เป็นหวัด เจ็บคอ หรือมีแผลในปาก การแยกแปรงให้ชัดเจนเป็นวิธีง่ายที่สุดที่ช่วยลดโอกาสส่งต่อเชื้อในครอบครัว ส่วนเรื่องควรเปลี่ยนแปรงหลังหายป่วยหรือไม่ อ่านต่อได้ในหัวข้อเปลี่ยนแปรงสีฟันหลังป่วย
ถ้าเผลอใช้แปรงของแฟนหรือคนในบ้านไปแล้ว ควรทำอย่างไร?
ใช้ไปครั้งเดียวไม่ต้องตกใจ ส่วนใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดปัญหาทันที สิ่งที่ควรทำคือหยุดใช้ร่วมกัน ล้างแปรงด้วยน้ำสะอาดให้ทั่ว และถ้าอีกฝ่ายกำลังป่วย มีเหงือกอักเสบ หรือมีเลือดออกขณะแปรงฟัน การเปลี่ยนแปรงใหม่ให้ทั้งคู่เป็นทางเลือกที่สบายใจกว่า หากหลังจากนั้นมีอาการผิดปกติในช่องปาก เช่น เหงือกบวม เจ็บ หรือมีแผลไม่หาย ควรไปพบทันตแพทย์
สำหรับการป้องกันในระยะยาว ให้แต่ละคนมีแปรงของตัวเองที่แยกสีหรือแยกแบบให้จำง่าย เก็บแปรงในแนวตั้งให้แห้งตามธรรมชาติ และไม่ให้หัวแปรงของแต่ละคนเบียดชิดกันในแก้วใบเดียว ส่วนรายละเอียดเรื่องตำแหน่งและวิธีเก็บแปรงในห้องน้ำ มีคำตอบแยกไว้ในหัวข้อเก็บแปรงสีฟันในห้องน้ำ
เวลาไปเที่ยวหรือค้างคืนด้วยกัน ปัญหาที่พบบ่อยคือลืมพกแปรง ทางที่ดีคือเตรียมแปรงสำรองไว้ในบ้านเสมอ จะได้ไม่ต้องหยิบของคนอื่นมาใช้แก้ขัด และควรเปลี่ยนแปรงตามรอบปกติทุก 3-4 เดือน หรือเร็วกว่านั้นถ้าขนแปรงบาน การมีแปรงสำรองแบบแพ็กหลายชิ้นติดบ้านไว้ช่วยให้ทุกคนมีแปรงของตัวเองเสมอ ทีมเนื้อหา THAYA แนะนำให้ติดป้ายหรือเลือกสีต่างกันเพื่อไม่ให้หยิบผิด
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ใช้ยาสีฟันหลอดเดียวกันทั้งบ้านได้ไหม?
โดยทั่วไปใช้ยาสีฟันหลอดเดียวกันได้ แต่ควรระวังไม่ให้ปากหลอดแตะกับขนแปรงของแต่ละคน วิธีง่ายคือบีบยาสีฟันลงบนแปรงโดยไม่ให้สัมผัสกัน ปิดฝาหลังใช้ และเก็บหลอดให้แห้ง ถ้ามีคนในบ้านกำลังป่วย การแยกหลอดชั่วคราวก็เป็นทางเลือกที่สบายใจขึ้น
ลูกเล็กใช้แปรงของพ่อแม่ได้ไหม?
ไม่ควรใช้ร่วมกัน เด็กควรมีแปรงของตัวเองที่ขนาดหัวแปรงเหมาะกับปาก และเก็บแยกจากแปรงของผู้ใหญ่ หลักการไม่ใช้แปรงร่วมกันใช้กับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะแปรงอาจพาของเหลวในร่างกายและเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้
เก็บแปรงของทุกคนไว้ในแก้วใบเดียวกันได้ไหม?
เก็บในแก้วเดียวกันได้ถ้าแก้วกว้างพอให้แปรงตั้งตรงและหัวแปรงไม่เบียดกัน ควรปล่อยให้แปรงแห้งในอากาศ ไม่ครอบด้วยกล่องปิดสนิทตอนยังเปียก และล้างแก้วใส่แปรงเป็นประจำ เพราะน้ำที่ขังอยู่ก้นแก้วมักเป็นจุดที่สกปรกโดยไม่รู้ตัว
