ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชัดเจนข้อมูลชัดเจนอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
รูทีนดูแลช่องปากทุกวันรูทีนทุกวันแปรง ทำความสะอาดซอกฟัน และบ้วน
สีสันจากมังคุดและเบอร์รีมังคุดและเบอร์รีเอกลักษณ์ที่จดจำง่ายของ THAYA
หน้าแรกคลังความรู้ยาสีฟันและฟลูออไรด์

ยาสีฟันแบบเจลกับแบบครีม ต่างกันไหม แบบไหนสะอาดกว่า?

TL;DR

ยาสีฟันแบบเจลกับแบบครีมต่างกันที่เนื้อสัมผัสและหน้าตาเป็นหลัก ไม่ใช่ความสะอาด. ทั้งสองแบบมีส่วนประกอบหลักกลุ่มเดียวกัน เช่น สารขัด สารให้ความชุ่มชื้น และสารทำฟอง. สิ่งที่ควรดูคือมีฟลูออไรด์หรือไม่ และเราแปรงได้ทั่วถึงแค่ไหน.

ไม่มีแบบไหนสะอาดกว่าเพียงเพราะเป็นเจลหรือครีม ยาสีฟันทั้งสองรูปแบบประกอบด้วยสารขัดชนิดอ่อน สารให้ความชุ่มชื้น และสารทำความสะอาดที่ทำให้เกิดฟอง ส่วนที่ต่างกันคือสูตรเนื้อยาสีฟัน ซึ่งทำให้หน้าตาใสหรือขุ่นและให้ความรู้สึกในปากต่างกัน ประเด็นที่ส่งผลต่อสุขภาพฟันมากกว่าคือมีฟลูออไรด์หรือไม่ เพราะสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ระบุว่าฟลูออไรด์ช่วยเสริมความแข็งแรงของเคลือบฟัน และยาสีฟันไม่ได้มีฟลูออไรด์ทุกหลอด

เจลกับครีมต่างกันตรงไหนจริง ๆ?

ถ้าเปิดดูส่วนประกอบบนฉลาก จะเห็นว่ายาสีฟันส่วนใหญ่มีกลุ่มสารคล้ายกัน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายว่ามีฟลูออไรด์ เช่น โซเดียมฟลูออไรด์หรือโซเดียมโมโนฟลูออโรฟอสเฟต สารทำฟองอย่างโซเดียมลอริลซัลเฟต สารให้ความชุ่มชื้นอย่างกลีเซอรอล สารเพิ่มความหนืด และสารขัดอย่างแคลเซียมคาร์บอเนต ADA ระบุเพียงว่ายาสีฟันมีทั้งแบบเจล แบบครีม และแบบผง โดยไม่ได้แบ่งว่ารูปแบบใดทำความสะอาดได้มากกว่า ความใสหรือทึบจึงเป็นเรื่องของสูตรแต่ละยี่ห้อ

ความต่างที่รู้สึกได้จึงเป็นเรื่องประสบการณ์ใช้งาน เช่น บางคนชอบเจลเพราะรู้สึกลื่นและดูใส บางคนชอบครีมเพราะเนื้อแน่นและเกาะแปรงดี ซึ่งเป็นเรื่องรสนิยมล้วน ๆ ไม่ได้บอกว่าหลอดไหนดูแลฟันได้มากกว่า

แบบไหนทำความสะอาดได้มากกว่า?

คราบจุลินทรีย์หลุดออกได้เพราะการขยับขนแปรงไปตามผิวฟันและขอบเหงือก ยาสีฟันเป็นตัวช่วยที่มีสารขัดอ่อน ๆ และพาฟลูออไรด์ไปสัมผัสผิวฟัน ดังนั้นคนที่แปรงครบทุกด้านด้วยยาสีฟันเจลมักได้ฟันที่สะอาดกว่าคนที่แปรงลวก ๆ ด้วยยาสีฟันครีม และกลับกันก็เช่นเดียวกัน

เรื่องความหยาบของสารขัดก็ดูจากรูปแบบเนื้อไม่ได้ ADA กำหนดว่ายาสีฟันที่มีค่าความขัดถู (RDA) ไม่เกิน 250 ถือว่าปลอดภัยและได้ผล ค่านี้ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นเจลหรือครีม อีกเรื่องคือฟองที่มากหรือน้อยมาจากสารทำฟอง ไม่ได้เป็นตัววัดความสะอาด และ ADA ยังระบุว่าโซเดียมลอริลซัลเฟตอาจระคายเคืองหรือทำให้แพ้ได้ในบางคน ใครที่ใช้แล้วรู้สึกแสบปาก อาจลองเปลี่ยนสูตร และถ้าอาการไม่หายควรปรึกษาทันตแพทย์

ถ้าไม่ดูว่าเป็นเจลหรือครีม ควรเลือกจากอะไร?

เริ่มจากหาชื่อสารฟลูออไรด์บนฉลาก ADA ระบุว่ายาสีฟันที่อ้างการป้องกันฟันผุต้องมีฟลูออไรด์ จากนั้นจึงดูความต้องการเฉพาะ เช่น คนที่เสียวฟัน ADA แนะนำยาสีฟันสำหรับลดอาการเสียวฟันที่มีสารกลุ่มสแตนนัส โพแทสเซียม หรืออาร์จินีน ส่วนคนที่อยากลดคราบบนผิวฟัน ยาสีฟันสูตรไวท์เทนนิงใช้สารขัดหรือสารเคมีช่วยขจัดคราบที่ผิวนอกเท่านั้น

เมื่อได้สูตรที่ตรงความต้องการแล้ว จะเลือกเจลหรือครีมก็ได้ตามความชอบ เพราะถ้าใช้แล้วรู้สึกถูกปาก ก็อาจช่วยให้แปรงได้ครบเวลาง่ายขึ้น ที่ THAYA เราอยากให้มองเรื่องนี้ง่าย ๆ ว่า เนื้อยาสีฟันคือเรื่องความชอบ ส่วนฟลูออไรด์และวิธีแปรงคือเรื่องสุขภาพ ถ้ายังลังเลว่าควรเปลี่ยนสูตรบ่อยแค่ไหน มีคำตอบแยกไว้อีกหน้าหนึ่ง

มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?

ยาสีฟันเจลใสมีฟลูออไรด์เหมือนยาสีฟันครีมไหม?

ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละหลอด ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นเจลหรือครีม ให้ดูส่วนประกอบบนฉลากว่ามีโซเดียมฟลูออไรด์ โซเดียมโมโนฟลูออโรฟอสเฟต หรือสแตนนัสฟลูออไรด์หรือไม่ ถ้าไม่พบชื่อเหล่านี้ อาจเป็นสูตรที่ไม่มีฟลูออไรด์

ยาสีฟันเจลอ่อนโยนต่อเคลือบฟันมากกว่าครีมจริงไหม?

บอกจากเนื้อสัมผัสไม่ได้ ความหยาบของยาสีฟันวัดด้วยค่า RDA ซึ่ง ADA ถือว่าไม่เกิน 250 ปลอดภัยและได้ผล ทั้งเจลและครีมอาจมีค่าต่างกันได้ ไม่ว่าจะใช้แบบไหน ควรแปรงเบา ๆ ด้วยแปรงขนนุ่ม หากมีอาการเสียวฟันหรือฟันสึก ควรให้ทันตแพทย์ช่วยตรวจ

ยาสีฟันฟองน้อยแปลว่าทำความสะอาดได้น้อยหรือเปล่า?

ไม่ใช่ ฟองมาจากสารทำฟองอย่างโซเดียมลอริลซัลเฟต แต่ปริมาณฟองไม่ได้วัดความสะอาด ฟันจะสะอาดเมื่อแปรงครบทุกด้านอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ยาสีฟันที่ฟองน้อยบางสูตรอาจเหมาะกับคนที่ระคายเคืองจากสารทำฟองด้วย

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากที่ไหน?