ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชัดเจนข้อมูลชัดเจนอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
รูทีนดูแลช่องปากทุกวันรูทีนทุกวันแปรง ทำความสะอาดซอกฟัน และบ้วน
สีสันจากมังคุดและเบอร์รีมังคุดและเบอร์รีเอกลักษณ์ที่จดจำง่ายของ THAYA
หน้าแรกคลังความรู้ยาสีฟันและฟลูออไรด์

ผู้ใหญ่ใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ ฟันจะผุง่ายขึ้นไหม?

TL;DR

ผู้ใหญ่ที่ใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์มีแนวโน้มเสี่ยงฟันผุมากกว่าคนที่ใช้สูตรผสมฟลูออไรด์. ความเสี่ยงจริงยังขึ้นกับน้ำตาลที่กินและความสะอาดของการแปรง. ถ้าชอบยาสีฟันสมุนไพร ให้เลือกสูตรที่ฉลากระบุฟลูออไรด์.

โดยรวมแล้วใช่ งานทบทวนงานวิจัยของ Cochrane สรุปว่ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้ดีกว่ายาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ เมื่อเปลี่ยนไปใช้สูตรไม่มีฟลูออไรด์ ผิวฟันจึงขาดตัวช่วยเติมแร่ธาตุทุกครั้งที่แปรง แต่ฟันผุไม่ได้ขึ้นกับยาสีฟันอย่างเดียว ความเสี่ยงของแต่ละคนยังต่างกันไปตามปริมาณน้ำตาลที่กินและการทำความสะอาดฟันในแต่ละวัน

ทำไมฟลูออไรด์ยังสำคัญกับฟันของผู้ใหญ่?

หลายคนเข้าใจว่าฟลูออไรด์จำเป็นแค่ช่วงเด็ก แต่กลไกการเกิดฟันผุไม่ได้หยุดเมื่อโตขึ้น สถาบันวิจัยทันตกรรมแห่งชาติสหรัฐฯ (NIDCR) อธิบายว่าเชื้อแบคทีเรียในคราบจุลินทรีย์จะเปลี่ยนน้ำตาลและแป้งให้เป็นกรด กรดนี้ดึงแร่ธาตุออกจากผิวเคลือบฟันทีละน้อย ขณะเดียวกันผิวฟันก็ซ่อมตัวเองได้ด้วยแร่ธาตุจากน้ำลายและฟลูออไรด์

ในชีวิตจริง ฟันของเราจึงอยู่ในภาวะเสียแร่ธาตุและได้แร่ธาตุคืนสลับกันทุกวัน NIDCR ระบุว่าผิวเคลือบฟันซ่อมตัวเองได้ด้วยแร่ธาตุจากน้ำลายและฟลูออไรด์จากยาสีฟัน ซึ่งเราใช้กันทุกเช้าและก่อนนอน เมื่อตัดส่วนนี้ออกไป สมดุลจึงเอียงไปทางเสียแร่ธาตุได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้าพฤติกรรมการกินยังเหมือนเดิม

NIDCR ยังระบุว่าจุดขาวขุ่นบนผิวฟันเป็นสัญญาณแรกของฟันผุ และในระยะนี้ยังหยุดหรือย้อนกลับได้ ซึ่งเป็นช่วงที่ฟลูออไรด์มีบทบาทมาก แต่เมื่อลุกลามจนเป็นรูแล้ว ผิวฟันซ่อมตัวเองไม่ได้ และทันตแพทย์มักรักษาด้วยการอุดฟัน

ผู้ใหญ่กลุ่มไหนควรระวังเป็นพิเศษถ้าจะเลิกใช้ฟลูออไรด์?

กลุ่มแรกคือคนที่กินหรือดื่มของหวานบ่อยตลอดวัน เช่น จิบกาแฟเย็นใส่น้ำตาลหรือชานมทั้งบ่าย หรือกินขนมเป็นมื้อย่อยหลายรอบ NIDCR แนะนำให้ลดเครื่องดื่มหวานและการกินจุบจิบ เพราะทุกครั้งที่มีน้ำตาล เชื้อในปากจะผลิตกรดออกมาโจมตีผิวฟันอีกรอบ

กลุ่มที่สองคือผู้ใหญ่ที่เริ่มมีเหงือกร่น NIDCR ระบุว่าผู้สูงอายุที่เหงือกร่นอาจเกิดฟันผุที่รากฟันซึ่งโผล่ออกมา เพราะเชื้อที่ทำให้ฟันผุสัมผัสกับรากฟันได้โดยตรง การเลิกใช้ฟลูออไรด์ในช่วงวัยนี้จึงควรคิดให้รอบคอบ

กลุ่มที่สามคือคนที่ฟันผุบ่อย หรือเคยได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ว่ามีความเสี่ยงฟันผุ ใครอยู่ในกลุ่มเหล่านี้และอยากเปลี่ยนยาสีฟัน ควรปรึกษาทันตแพทย์ตอนตรวจฟันก่อน ทีมเนื้อหา THAYA แนะนำให้ถือว่าการเลือกยาสีฟันเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลฟันระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติหรือความชอบ

ถ้าชอบยาสีฟันสมุนไพร จะเลือกอย่างไรไม่ให้เสียประโยชน์ของฟลูออไรด์?

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่าความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาสีฟันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสมุนไพรหรือไม่ ฟลูออไรด์คือส่วนผสมที่มีหลักฐานชัดเจนในการป้องกันฟันผุ และยาสีฟันสมุนไพรบางสูตรไม่มีฟลูออไรด์เลยหรือมีไม่เพียงพอ คำแนะนำจึงเป็นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ จะเป็นสูตรสมุนไพรหรือสูตรทั่วไปก็ได้

วิธีง่ายที่สุดคือพลิกดูฉลากด้านหลัง มองหาชื่อสารฟลูออไรด์และตัวเลขความเข้มข้นที่เป็นหน่วย ppm ถ้าไม่พบทั้งสองอย่าง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีฟลูออไรด์ คนที่สงสัยว่าควรเลือกความเข้มข้นระดับไหน อ่านต่อได้ในหน้าที่เปรียบเทียบยาสีฟัน 1000 ppm กับ 1500 ppm ของ THAYA

อีกเรื่องที่ช่วยได้มากคือวิธีใช้ แปรงฟันวันละสองครั้ง บ้วนฟองทิ้งโดยไม่กลั้วน้ำมากเกินไป และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน ถ้าใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์มานานและเริ่มเสียวฟันหรือเห็นจุดขาวขุ่น ควรนัดตรวจฟันเพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินก่อนจะลุกลาม

มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?

ถ้าแปรงฟันสะอาดมาก ใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์แล้วจะไม่ผุเลยได้ไหม?

ไม่มีใครรับประกันได้ เพราะฟันผุเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งน้ำตาลที่กิน คราบจุลินทรีย์ และแร่ธาตุที่ผิวฟันได้รับคืน การแปรงสะอาดช่วยลดคราบได้มาก ส่วนฟลูออไรด์ช่วยให้ผิวเคลือบฟันซ่อมแร่ธาตุ ทั้งสองอย่างจึงเสริมกัน ไม่ใช่ใช้แทนกัน

ยาสีฟันสมุนไพรทุกยี่ห้อไม่มีฟลูออไรด์ใช่ไหม?

ไม่ใช่ ยาสีฟันสมุนไพรมีทั้งสูตรที่ผสมฟลูออไรด์และสูตรที่ไม่ผสม จึงควรดูฉลากเป็นหลัก ไม่ใช่ดูแค่คำว่าสมุนไพรหรือธรรมชาติบนหน้ากล่อง ถ้าฉลากระบุชื่อสารฟลูออไรด์และความเข้มข้นเป็น ppm ก็แปลว่าได้ทั้งส่วนผสมที่ชอบและการป้องกันฟันผุไปพร้อมกัน

เคยใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์มาหลายปี ตอนนี้ควรทำอย่างไร?

เริ่มจากกลับมาใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละสองครั้ง แล้วนัดตรวจฟันเพื่อดูว่ามีจุดผุระยะแรกหรือไม่ จุดขาวขุ่นที่ยังไม่เป็นรูอาจหยุดหรือย้อนกลับได้ ส่วนรูผุที่เกิดแล้วทันตแพทย์มักรักษาด้วยการอุด จึงควรตรวจแต่เนิ่น ๆ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากที่ไหน?