ปากแห้งเกิดได้จากการขาดน้ำ ยาหลายชนิด การหายใจทางปาก ความเครียด หรือโรคประจำตัว. น้ำลายที่น้อยลงทำให้เสี่ยงฟันผุและกลิ่นปากมากขึ้น. ควรจิบน้ำบ่อย ๆ เลือกน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ และพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น.
ปากแห้ง น้ำลายน้อย มักเกิดจากการดื่มน้ำไม่พอ ผลข้างเคียงของยา การหายใจทางปาก หรือความวิตกกังวล และบางครั้งเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว การดูแลเบื้องต้นคือจิบน้ำบ่อย ๆ กระตุ้นน้ำลายด้วยหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และพบแพทย์หรือทันตแพทย์ถ้าอาการเป็นต่อเนื่อง
น้ำลายสำคัญต่อสุขภาพช่องปากอย่างไร?
น้ำลายไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้ปากชุ่มชื้น NIDCR อธิบายว่าน้ำลายช่วยให้อาหารชุ่มและย่อยง่าย ช่วยชะล้างเศษอาหาร ช่วยในการกลืน และมีแคลเซียมกับฟอสเฟตที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง น้ำลายยังช่วยควบคุมเชื้อโรคที่เป็นอันตรายในช่องปากด้วย
เมื่อน้ำลายลดลง กลไกป้องกันตามธรรมชาติเหล่านี้ก็อ่อนแรงตามไปด้วย NIDCR ระบุว่าอาจรู้สึกปากเหนียวแห้ง เคี้ยว กลืน รับรส หรือพูดลำบาก รู้สึกแสบหรือคันในปากหรือคอ ริมฝีปากแตก หรือมีกลิ่นปาก อาการเหล่านี้ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลต่อทั้งความสบายในชีวิตประจำวันและสุขภาพฟันระยะยาว
อะไรทำให้ปากแห้ง?
NHS ระบุว่าสาเหตุที่พบได้ของปากแห้ง ได้แก่ การขาดน้ำ ยาบางชนิด การหายใจทางปาก ความวิตกกังวล และการรักษามะเร็ง ส่วน NIDCR เสริมว่ายาที่อาจลดการหลั่งน้ำลายมีหลายร้อยชนิด และโรคอย่างกลุ่มอาการโจเกรน เอชไอวี เบาหวาน รวมถึงการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ ก็ทำให้ปากแห้งได้
ในชีวิตประจำวัน ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองด้วย เช่น ดื่มน้ำเปล่าน้อยแต่ดื่มกาแฟ ชา หรือแอลกอฮอล์บ่อย นอนอ้าปากเพราะคัดจมูก หรือสูบบุหรี่ NIDCR ระบุว่าคาเฟอีน ยาสูบ และแอลกอฮอล์ทำให้ปากแห้งมากขึ้นได้ ถ้าปากแห้งชัดเจนหลังเริ่มยาใหม่ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร แต่ NHS เตือนว่าไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ
ปากแห้งเพิ่มความเสี่ยงฟันผุและกลิ่นปากไหม?
เพิ่มความเสี่ยงทั้งสองอย่าง NHS และ NIDCR ระบุตรงกันว่าปากแห้งเพิ่มความเสี่ยงฟันผุ และ NIDCR ยังระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อราในช่องปากด้วย เหตุผลคือน้ำลายช่วยควบคุมเชื้อโรคและชะล้างเศษอาหาร เมื่อน้ำลายน้อยลง ตัวช่วยตามธรรมชาตินี้จึงลดลงไปด้วย
ด้านกลิ่นปาก ADA MouthHealthy อธิบายว่าแบคทีเรียในปากกินเศษอาหารที่ตกค้างแล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นออกมา และปากแห้งเป็นหนึ่งในสาเหตุของกลิ่นปาก เพราะไม่มีน้ำลายคอยชะล้าง ADA ยังแนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลหรืออาหารกรุบกรอบเพื่อกระตุ้นน้ำลาย
ดังนั้นคนที่ปากแห้งเป็นประจำควรให้ความสำคัญกับการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ทำความสะอาดซอกฟันและลิ้นทุกวัน และลดการจิบเครื่องดื่มหวานระหว่างวัน ถ้าอยากเข้าใจสาเหตุอื่นของกลิ่นปากเพิ่มเติม อ่านต่อได้ในบทความสาเหตุกลิ่นปากของ THAYA
บรรเทาอาการปากแห้งในชีวิตประจำวันอย่างไร?
NHS แนะนำให้จิบน้ำเย็นบ่อย ๆ เคี้ยวหมากฝรั่งหรือลูกอมที่ไม่มีน้ำตาล จำกัดแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และน้ำอัดลม และเลี่ยงการสูบบุหรี่ NIDCR ให้คำแนะนำในทางเดียวกัน คือหมากฝรั่งหรือลูกอมไม่มีน้ำตาล บางชนิดมีไซลิทอล ช่วยกระตุ้นน้ำลาย และแนะนำให้ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องนอนตอนกลางคืน
เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ทำได้ทันที คือพกขวดน้ำติดตัวแล้วจิบทีละน้อยตลอดวันแทนการดื่มรวดเดียว จิบน้ำหรือเครื่องดื่มไม่หวานระหว่างมื้ออาหารเพื่อช่วยกลืน เลือกอาหารที่มีความชุ่มชื้น เช่น แกงจืดหรือโจ๊ก และระวังอาหารเค็มจัดหรือเผ็ดจัดที่อาจทำให้แสบปาก ถ้านอนอ้าปากเพราะคัดจมูกบ่อย ลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
หมากฝรั่งและลูกอมควรเลือกชนิดไม่มีน้ำตาลเท่านั้น เพราะการอมลูกอมหวานทั้งวันเพื่อแก้ปากแห้งจะยิ่งเพิ่มโอกาสฟันผุในช่องปากที่มีน้ำลายน้อยอยู่แล้ว
ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากอย่างไรเมื่อปากแห้ง?
ทั้ง NHS และ ADA แนะนำให้คนที่ปากแห้งใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ก่อนซื้อจึงควรพลิกดูส่วนประกอบบนฉลาก ถ้ามี alcohol หรือ ethanol อยู่ในรายการ อาจไม่เหมาะกับช่วงที่ปากแห้ง ส่วนรายละเอียดการเปรียบเทียบน้ำยาบ้วนปากสองแบบ อ่านได้ในบทความน้ำยาบ้วนปากมีแอลกอฮอล์กับไม่มีแอลกอฮอล์
ถ้าใช้น้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry หรือสเปรย์พ่นปาก THAYA Violet Fresh ให้ตรวจสอบฉลากเรื่องแอลกอฮอล์และวิธีใช้ก่อนทุกครั้ง ผลิตภัณฑ์ทั้งสองไม่ได้มีไว้เพื่อบรรเทาอาการปากแห้ง สเปรย์ให้ความสดชื่นเพียงชั่วคราวและไม่ได้แก้ที่สาเหตุ ส่วนน้ำยาบ้วนปากไม่ได้ใช้แทนการแปรงฟันหรือการทำความสะอาดซอกฟัน
จำไว้ว่าน้ำยาบ้วนปากเป็นเพียงตัวเสริม หากปากแห้งรุนแรง แพทย์หรือทันตแพทย์อาจแนะนำผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับภาวะนี้ ควรใช้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
ปากแห้งแบบไหนควรพบแพทย์?
NHS แนะนำให้พบแพทย์เมื่อปากแห้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์แม้ดูแลตัวเองแล้ว เพราะปากแห้งเรื้อรังอาจเกี่ยวข้องกับโรคอย่างเบาหวานหรือกลุ่มอาการโจเกรน รวมถึงเมื่อพูดหรือกินอาหารลำบาก ปากเจ็บ แดง บวม หรือมีเลือดออก มีฝ้าขาวที่เจ็บในปาก รับรสผิดปกติไม่หาย หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปัสสาวะบ่อยหรือตาแห้ง
NIDCR ย้ำว่าปากแห้งไม่ใช่เรื่องปกติของวัยสูงอายุ ผู้ที่กินยาประจำ ผู้สูงอายุ และผู้ที่เคยฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ามีอาการปากแห้ง ทันตแพทย์จะช่วยประเมินความเสี่ยงฟันผุและวางแผนดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน ส่วนแพทย์อาจพิจารณาปรับยาให้ ทั้งหมดนี้ควรตัดสินใจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรเปลี่ยนหรือหยุดยาเอง
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- ปากแห้งเกิดได้จากการขาดน้ำ ยา การหายใจทางปาก ความวิตกกังวล หรือโรคประจำตัว
- น้ำลายน้อยเพิ่มความเสี่ยงฟันผุ เชื้อราในช่องปาก และกลิ่นปาก
- จิบน้ำบ่อย ๆ ใช้หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล และเลือกน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์
- ปากแห้งต่อเนื่องควรพบแพทย์ และห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษา
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ดื่มน้ำเยอะแล้วยังปากแห้ง เป็นเพราะอะไร?
ถ้าดื่มน้ำพอแล้วยังปากแห้ง สาเหตุอาจมาจากยาที่กินประจำ การหายใจทางปาก ความวิตกกังวล หรือโรคบางชนิด NHS ระบุว่าปากแห้งต่อเนื่องอาจเกี่ยวข้องกับเบาหวานหรือกลุ่มอาการโจเกรน จึงควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ แทนการดื่มน้ำเพิ่มอย่างเดียว
เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเรื่องปากแห้งได้ไหม?
ช่วยได้ ถ้าเป็นชนิดไม่มีน้ำตาล NHS และ NIDCR แนะนำหมากฝรั่งหรือลูกอมไม่มีน้ำตาลเพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย บางชนิดมีไซลิทอล ควรเลี่ยงชนิดที่มีน้ำตาล เพราะคนปากแห้งมีความเสี่ยงฟันผุสูงขึ้นอยู่แล้ว การอมของหวานบ่อยจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
ปากแห้งควรใช้น้ำยาบ้วนปากแบบไหน?
NHS และ ADA แนะนำน้ำยาบ้วนปากชนิดไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับคนที่ปากแห้ง ควรอ่านส่วนประกอบบนฉลากก่อนซื้อ และจำไว้ว่าน้ำยาบ้วนปากเป็นตัวเสริม ไม่ได้แทนการแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์และการทำความสะอาดซอกฟัน หากอาการรุนแรงควรปรึกษาทันตแพทย์
ปากแห้งจากยา ควรหยุดยาไหม?
ไม่ควรหยุดยาเอง NHS เตือนว่าไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งโดยไม่ได้รับคำแนะนำ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรว่ามีอาการปากแห้ง เพื่อพิจารณาปรับยาหรือหาวิธีดูแลร่วมกัน ระหว่างนั้นให้จิบน้ำบ่อย ๆ แปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ และไปตรวจฟันตามนัด


