THAYA
TH

เลือกภาษา / Language

ไทยTH
Englishเร็ว ๆ นี้ / Coming soonEN
简体中文เร็ว ๆ นี้ / Coming soonZH
ລາວเร็ว ๆ นี้ / Coming soonLO

ตะกร้าสินค้า

เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ

พื้นที่ตะกร้าพร้อมสำหรับระบบสั่งซื้อใหม่ของ THAYA

ดูผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างการจัดวาง ยังไม่เปิดรับคำสั่งซื้อ
หน้าแรกข่าวสารและกิจกรรมบทความ

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ ต่างจากสูตรมีแอลกอฮอล์ไหม

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ต่างจากสูตรมีแอลกอฮอล์อย่างไร ใครควรเลือกแบบไหน และดูฉลากอย่างไร สรุปจากแหล่งข้อมูลทันตกรรมโดยทีมเนื้อหา THAYA

TL;DR

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ต่างจากสูตรมีแอลกอฮอล์ที่ความรู้สึกขณะใช้ ส่วนผลต่อช่องปากขึ้นกับสารออกฤทธิ์ของสูตร. ADA ระบุว่าแอลกอฮอล์อาจทำให้ปากแห้ง จึงแนะนำสูตรไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับคนปากแห้ง. ก่อนเลือกควรอ่านฉลากดูส่วนผสมและข้อควรระวัง.

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ต่างจากสูตรมีแอลกอฮอล์ตรงที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของสูตร ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกขณะใช้และความเหมาะกับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ปากแห้ง ส่วนผลด้านสุขภาพช่องปากนั้นขึ้นกับสารออกฤทธิ์ที่ระบุบนฉลากมากกว่าการมีหรือไม่มีแอลกอฮอล์ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ให้เริ่มจากถามตัวเองว่าต้องการน้ำยาบ้วนปากไว้ทำอะไร แล้วค่อยดูว่าสูตรนั้นมีแอลกอฮอล์หรือไม่

แอลกอฮอล์ในน้ำยาบ้วนปากมีไว้ทำอะไร?

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) แบ่งน้ำยาบ้วนปากเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือสูตรเพื่อความสดชื่น (cosmetic) ที่ช่วยกลบกลิ่นปากได้ชั่วคราวและทิ้งรสชาติที่ดีไว้ในปาก กับสูตรเพื่อการดูแล (therapeutic) ที่มีสารออกฤทธิ์ เช่น CPC คลอเฮกซิดีน น้ำมันหอมระเหย ฟลูออไรด์ หรือเปอร์ออกไซด์ ซึ่งแต่ละตัวมีหน้าที่ต่างกัน ในรายชื่อสารออกฤทธิ์ที่ ADA ยกมานั้นไม่มีแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จึงเป็นเพียงส่วนประกอบของสูตรในบางผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ตัวตัดสินว่าน้ำยาบ้วนปากขวดนั้นทำหน้าที่ได้หรือไม่

อีกประเด็นที่ ADA เน้นคือ แอลกอฮอล์ในน้ำยาบ้วนปากบางสูตรอาจเป็นอันตรายหากเด็กเล็กกลืนเข้าไป จึงไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีใช้น้ำยาบ้วนปาก เว้นแต่ทันตแพทย์แนะนำ ไม่ว่าจะเลือกสูตรไหน ควรเก็บขวดไว้ให้พ้นมือเด็กเสมอ

ทำไมบางคนใช้แล้วรู้สึกแสบปาก?

ความรู้สึกแสบหรือซ่าหลังอมน้ำยาบ้วนปากเป็นเรื่องที่หลายคนเคยเจอ ความรู้สึกนี้อาจมาจากส่วนผสมหลายอย่างในสูตร ไม่จำเป็นต้องมาจากแอลกอฮอล์อย่างเดียว และแต่ละคนก็ไวต่อความรู้สึกไม่เท่ากัน สูตรเดียวกันจึงอาจทำให้บางคนแสบมาก ขณะที่อีกคนแทบไม่รู้สึกอะไร

ADA ระบุว่าแอลกอฮอล์อาจทำให้ช่องปากแห้ง สำหรับคนที่น้ำลายน้อยอยู่แล้ว ความแห้งที่เพิ่มขึ้นก็อาจทำให้รู้สึกไม่สบายปากมากขึ้น นอกจากนี้ Cleveland Clinic ระบุว่าน้ำยาบ้วนปากบางชนิดอาจทำให้บางคนเสียวฟันได้ หากใช้แล้วเสียวฟันหรือแสบทุกครั้ง ก็เป็นสัญญาณว่าสูตรนั้นอาจไม่เหมาะกับเรา

สิ่งที่ควรรู้คือ ความแสบไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำยาบ้วนปากทำงานได้มากกว่า เพราะผลของน้ำยาขึ้นกับสารออกฤทธิ์และวัตถุประสงค์ของสูตร ถ้าแสบจนต้องรีบบ้วนทิ้ง หรือระคายเคืองต่อเนื่อง ให้หยุดใช้สูตรนั้นแล้วปรึกษาทันตแพทย์หรือเภสัชกร ส่วนรายละเอียดว่าความแสบแบบไหนควรสังเกตเพิ่ม อ่านต่อได้ในคำถามเรื่องใช้น้ำยาบ้วนปากแล้วแสบปากที่ THAYA แยกไว้

ใครควรเลือกสูตรไม่มีแอลกอฮอล์?

กลุ่มแรกที่ชัดเจนที่สุดคือคนที่ปากแห้ง NHS แนะนำให้คนที่มีอาการปากแห้งใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และระบุว่าภาวะปากแห้งทำให้เสี่ยงฟันผุมากขึ้น ADA ก็ให้คำแนะนำในทางเดียวกันเพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ปากแห้งยิ่งขึ้น ภาวะปากแห้งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ขาดน้ำ ยาบางชนิด หรือการหายใจทางปาก หากปากแห้งต่อเนื่องควรไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

กลุ่มที่สองคือคนที่ทันตแพทย์แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ แนวทางการใช้ฟลูออไรด์ของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยแนะนำน้ำยาบ้วนปากโซเดียมฟลูออไรด์สำหรับผู้ที่อายุ 6 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงฟันผุสูง โดยให้เลือกชนิดที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ความเข้มข้นและความถี่ในการใช้ควรเป็นไปตามคำแนะนำของทันตแพทย์

กลุ่มที่สามคือคนที่ใช้สูตรมีแอลกอฮอล์แล้วรู้สึกแสบจนไม่อยากใช้ต่อ รวมถึงคนที่อยากเลี่ยงแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลส่วนตัว ในกรณีนี้การเปลี่ยนเป็นสูตรที่ใช้ได้สบายกว่าช่วยให้ทำตามรูทีนได้สม่ำเสมอ ส่วนคนที่ใช้สูตรมีแอลกอฮอล์แล้วไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

ดูอย่างไรว่าน้ำยาบ้วนปากมีแอลกอฮอล์?

วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูด้านหน้าขวด ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์มักเขียนไว้ชัดเจน เช่น alcohol-free, 0% alcohol หรือ ไม่มีแอลกอฮอล์ ถ้าด้านหน้าไม่ได้บอก ให้พลิกไปดูรายชื่อส่วนผสม (Ingredients) แล้วมองหาคำว่า Alcohol, Ethanol หรือ Ethyl Alcohol ซึ่งหมายถึงแอลกอฮอล์ที่ใช้ในสูตร

ระหว่างอ่านฉลาก ADA แนะนำให้ดูข้อควรระวังและอายุที่เหมาะสมด้วย เพราะบางสูตรไม่เหมาะกับเด็กหรือมีวิธีใช้เฉพาะ เช่น ต้องอมนานเท่าไร หรือห้ามกลืน หากอ่านแล้วยังไม่แน่ใจ ถามเภสัชกรหรือทันตแพทย์ได้ วิธีอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากแบบละเอียด THAYA รวบรวมไว้ในคู่มืออ่านฉลากอีกบทความหนึ่ง

ถ้าใช้หรือกำลังพิจารณาน้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry ให้ใช้วิธีเดียวกันนี้ คือตรวจสอบฉลากและรายชื่อส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์ว่ามีแอลกอฮอล์หรือไม่ และใช้ตามวิธีที่ระบุบนฉลาก น้ำยาบ้วนปากไม่ได้ใช้แทนการแปรงฟันหรือการทำความสะอาดซอกฟัน ผลิตภัณฑ์จำหน่ายที่ THAYA Official Store บน Shopee

สูตรไม่มีแอลกอฮอล์ทำความสะอาดได้น้อยกว่าไหม?

ไม่จำเป็น สิ่งที่บอกว่าน้ำยาบ้วนปากทำอะไรได้คือสารออกฤทธิ์และวัตถุประสงค์ที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ใช่การมีแอลกอฮอล์ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือแนวทางของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยที่แนะนำให้เลือกน้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ชนิดไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับกลุ่มเสี่ยงฟันผุ แสดงว่าสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ถูกใช้ในคำแนะนำทางทันตกรรมได้ตามปกติ

ในสหรัฐฯ ADA ให้ตรา ADA Seal กับน้ำยาบ้วนปากที่ผู้ผลิตส่งข้อมูลพิสูจน์ว่าปลอดภัยและได้ผลตามที่กล่าวอ้าง เกณฑ์นี้ดูที่ผลตามวัตถุประสงค์ ไม่ได้ดูว่ามีแอลกอฮอล์หรือไม่ เวลาเปรียบเทียบสองขวด จึงควรเทียบว่าแต่ละขวดเขียนวัตถุประสงค์ไว้อย่างไร มีสารออกฤทธิ์อะไร มากกว่าเทียบว่าขวดไหนแสบกว่า

อีกเรื่องที่ต้องย้ำคือ น้ำยาบ้วนปากทุกสูตรไม่ได้ทำความสะอาดแทนการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟัน ADA ระบุชัดว่าน้ำยาบ้วนปากไม่ใช่สิ่งทดแทนการแปรงฟันและการทำความสะอาดซอกฟัน ถ้าสงสัยว่าตัวเองจำเป็นต้องใช้น้ำยาบ้วนปากหรือไม่ อ่านต่อได้ในบทความเรื่องน้ำยาบ้วนปากจำเป็นไหม

สรุปแล้วควรเลือกแบบไหนดี?

ถ้าปากแห้ง ใช้ยาที่ทำให้น้ำลายน้อย หรือทันตแพทย์ให้ใช้น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ สูตรไม่มีแอลกอฮอล์เป็นตัวเลือกที่แหล่งข้อมูลทันตกรรมแนะนำ ถ้าใช้สูตรมีแอลกอฮอล์แล้วแสบหรือเสียวฟัน ลองเปลี่ยนเป็นสูตรที่ใช้สบายกว่า ส่วนคนที่ใช้สูตรเดิมได้ดีโดยไม่มีอาการใด ๆ ก็ใช้ต่อได้ตามฉลาก

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน หลักพื้นฐานยังเหมือนเดิม คืออ่านฉลากก่อนใช้ ไม่ให้เด็กเล็กใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากทันตแพทย์ และถ้ามีอาการผิดปกติในช่องปากที่ไม่ดีขึ้น เช่น แสบต่อเนื่อง ปากแห้งเรื้อรัง หรือเสียวฟันบ่อย ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แทนการเปลี่ยนน้ำยาบ้วนปากไปเรื่อย ๆ

สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?

  • ผลของน้ำยาบ้วนปากขึ้นกับสารออกฤทธิ์และวัตถุประสงค์ ไม่ใช่การมีแอลกอฮอล์
  • คนที่ปากแห้งควรเลือกสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ ตามคำแนะนำของ NHS และ ADA
  • ดูคำว่า alcohol-free หรือ Alcohol/Ethanol ในรายชื่อส่วนผสมบนฉลาก
  • ความแสบไม่ได้แปลว่าน้ำยาทำงานได้มากกว่า ถ้าแสบต่อเนื่องให้หยุดใช้และปรึกษาทันตแพทย์

มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?

น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ทำให้เป็นมะเร็งช่องปากไหม?

ADA อธิบายว่าคำถามนี้เกิดขึ้นเพราะการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาสูบเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งศีรษะและลำคอ แต่งานทบทวนที่ ADA อ้างถึงไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์กับมะเร็งช่องปาก หากยังกังวล การเลือกสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ก็เป็นทางเลือกที่ทำได้ง่าย

ปากแห้งควรใช้น้ำยาบ้วนปากแบบไหน?

NHS แนะนำให้คนที่ปากแห้งใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ร่วมกับจิบน้ำบ่อย ๆ และเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล เพราะภาวะปากแห้งทำให้เสี่ยงฟันผุมากขึ้น ถ้าปากแห้งไม่หายหรือสงสัยว่าเกิดจากยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์

เด็กใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ได้ไหม?

ADA ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีใช้น้ำยาบ้วนปาก เว้นแต่ทันตแพทย์แนะนำ เพราะเด็กเล็กอาจกลืนน้ำยาลงไป การไม่มีแอลกอฮอล์ไม่ได้เปลี่ยนคำแนะนำข้อนี้ สำหรับเด็กโตควรอ่านอายุที่เหมาะสมบนฉลาก และให้ผู้ใหญ่ดูแลขณะใช้

เปลี่ยนเป็นสูตรไม่มีแอลกอฮอล์แล้วจะไม่แสบเลยใช่ไหม?

ไม่เสมอไป เพราะความแสบหรือซ่าอาจมาจากส่วนผสมอื่นในสูตรได้ด้วย และแต่ละคนไวต่อความรู้สึกไม่เท่ากัน ถ้าเปลี่ยนสูตรแล้วยังแสบหรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อดูว่ามีแผลหรือปัญหาอื่นในช่องปากหรือไม่

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากที่ไหน?

เลือกสิ่งที่เหมาะกับคุณ

ผลิตภัณฑ์ THAYA ตัวไหนเกี่ยวข้องกับบทความนี้?

เลือกดูผลิตภัณฑ์ตามความต้องการในการดูแลช่องปากประจำวัน

น้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry
น้ำยาบ้วนปาก

น้ำยาบ้วนปาก THAYA Herbal Mix Berry

น้ำยาบ้วนปากกลิ่น Herbal Mix Berry สำหรับใช้เสริมหลังแปรงฟัน เพื่อความรู้สึกสะอาดและสดชื่น

ดูรายละเอียด
กลับสู่ข่าวสารและกิจกรรม
แบ่งปันบทความ