ผู้สูงอายุควรแปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่มและยาสีฟันฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน. ฟันปลอมควรล้างหลังอาหารทุกมื้อและแช่น้ำสะอาดตอนกลางคืน. ควรพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง.
การดูแลช่องปากผู้สูงอายุมีหลักง่าย ๆ ตามคำแนะนำของกรมอนามัย คือแปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่มและยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที งดกินหรือดื่ม 2 ชั่วโมงหลังแปรง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันวันละครั้ง ล้างฟันปลอมหลังอาหารทุกมื้อ และพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง
ผู้สูงอายุมีปัญหาช่องปากอะไรที่พบบ่อย?
ปัญหาที่พบบ่อยในวัยนี้คือโรคเหงือก กรมอนามัยอ้างอิงผลสำรวจระดับประเทศปี 2560 ว่าคนไทยอายุ 60-74 ปี เป็นเหงือกอักเสบร้อยละ 48.6 และโรคปริทันต์อักเสบร้อยละ 36.3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการแปรงฟันไม่สะอาด เบาหวานที่คุมไม่ได้ และการสูบบุหรี่ สัญญาณที่ควรสังเกตคือขอบเหงือกแดงบวม เลือดออกขณะแปรงฟัน ฟันโยก เหงือกร่น กลิ่นปาก หรือมีหนอง
อีกเรื่องที่ควรรู้คือฟันผุที่รากฟัน NIDCR อธิบายว่าผู้สูงอายุที่เหงือกร่นอาจเกิดฟันผุบริเวณรากฟันที่โผล่ออกมา ส่วนทันตะ จุฬาฯ ย้ำว่าฟันโยกไม่ใช่เรื่องปกติของวัย แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคปริทันต์อักเสบ หากผู้สูงอายุในบ้านมีฟันโยก อย่าคิดว่าแก่แล้วเป็นธรรมดา ควรพาไปตรวจ
ผู้สูงอายุควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันแบบไหน?
กรมอนามัยแนะนำให้ผู้สูงอายุใช้แปรงสีฟันขนนุ่มคู่กับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ผู้สูงอายุบางคนมีเหงือกร่นจนรากฟันโผล่ แปรงขนแข็งหรือการถูแรงอาจทำให้ระคายเหงือก ส่วน NIDCR อธิบายว่าผิวเคลือบฟันคืนแร่ธาตุได้ด้วยแร่ธาตุจากน้ำลายและฟลูออไรด์ ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์จึงเป็นพื้นฐานที่ไม่ควรขาด โดยเฉพาะผู้ที่มีรากฟันโผล่
นอกจากความนุ่มของขนแปรง ควรดูด้ามจับด้วย ถ้ามือไม่ค่อยมีแรงหรือข้อนิ้วแข็ง ด้ามที่จับถนัดมือจะช่วยให้ควบคุมแปรงได้ดีขึ้น หัวแปรงไม่ควรใหญ่เกินไปเพื่อให้เข้าถึงฟันกรามด้านในได้ ถ้าซอกฟันมีช่องกว้าง แปรงซอกฟันอาจใช้ง่ายกว่าไหมขัดฟัน โดยให้ทันตแพทย์ช่วยเลือกขนาดที่พอดีกับช่องฟัน
ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ THAYA ในบ้าน เช่น แปรงสีฟัน THAYA Extra Soft แพ็ก 6 ชิ้น หรือยาสีฟันสมุนไพร THAYA Violet Whitening & Herbal Mix Berry กลิ่นมิกซ์เบอร์รี่ ซึ่งบนบรรจุภัณฑ์ระบุฟลูออไรด์ 1500 ppm ขนาด 50 กรัม ให้ตรวจสอบฉลากทุกครั้งก่อนใช้ ทั้งนี้ บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกับฟันปลอม การทำความสะอาดฟันปลอมควรทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ดูแลฟันปลอมประจำวันอย่างไร?
กรมอนามัยแนะนำให้ถอดฟันปลอมออกมาทำความสะอาดหลังอาหารทุกมื้อ และแช่ในน้ำสะอาดตลอดคืน ฟันปลอมที่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดเศษอาหารที่ติดค้างระหว่างฐานฟันปลอมกับเหงือก
ขณะล้างฟันปลอม ควรทำเหนืออ่างที่มีน้ำหรือผ้ารองไว้ เผื่อหลุดมือจะได้ไม่ตกแตก ล้างเศษอาหารออกด้วยน้ำ แล้วใช้แปรงขนนุ่มสำหรับฟันปลอมทำความสะอาดทุกด้าน รวมถึงตะขอและด้านที่แนบเหงือก จากนั้นล้างน้ำให้สะอาดก่อนใส่กลับ ส่วนจะใช้น้ำยาหรือเม็ดฟู่แช่ฟันปลอมหรือไม่ ควรทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ที่ทำฟันปลอมให้
อย่าลืมว่าเหงือก ลิ้น และฟันแท้ที่เหลืออยู่ยังต้องการการดูแล ผู้ที่ใส่ฟันปลอมบางส่วนควรแปรงฟันแท้ที่เหลือด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติ โดยเฉพาะซี่ที่ใช้เป็นหลักยึดตะขอ เพราะมักมีเศษอาหารสะสม ถ้าฟันปลอมหลวม กดเจ็บ หรือมีแผลที่เหงือก ควรนัดทันตแพทย์ ไม่ควรปรับแต่งเอง
ผู้ดูแลช่วยแปรงฟันให้ผู้สูงอายุอย่างไร?
ถ้าผู้สูงอายุยังแปรงเองได้บางส่วน ให้เขาแปรงเองก่อน แล้วผู้ดูแลช่วยแปรงซ้ำในจุดที่มักหลุด เช่น ฟันกรามด้านใน ฟันล่างด้านติดลิ้น และขอบเหงือก การให้ทำเองเท่าที่ทำได้ช่วยให้ผู้สูงอายุยังได้ใช้มือ และรู้สึกว่ายังดูแลตัวเองได้
กรณีที่ต้องแปรงให้ทั้งหมด ให้ผู้สูงอายุนั่งหลังตรงหรือนอนศีรษะสูง ไม่ควรให้นอนราบ เพราะอาจสำลักน้ำหรือฟองยาสีฟัน ผู้ดูแลยืนด้านข้างหรือด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งประคองคางและแหวกริมฝีปาก ใช้ยาสีฟันปริมาณพอเหมาะ แปรงทีละส่วนด้วยขนแปรงนุ่ม เคลื่อนสั้น ๆ เบา ๆ แล้วให้บ้วนยาสีฟันทิ้ง ถ้าบ้วนเองไม่ได้ อาจใช้ผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำเช็ดฟองออก
ระหว่างแปรงให้สังเกตแผล ฟันโยก เหงือกบวมแดง หรือเลือดออก แล้วจดไว้เพื่อแจ้งทันตแพทย์ ผู้ที่ใส่ฟันปลอมควรถอดออกก่อนแปรงทุกครั้ง และเลือกช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุไม่เหนื่อยหรือง่วง จะช่วยให้ผู้สูงอายุร่วมมือได้ง่ายขึ้น
ควรพาผู้สูงอายุตรวจฟันบ่อยแค่ไหน?
กรมอนามัยแนะนำให้ผู้สูงอายุพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง แม้ไม่มีอาการเจ็บ และแม้จะใส่ฟันปลอมทั้งปากแล้วก็ตาม เพราะทันตแพทย์ต้องตรวจเหงือก เนื้อเยื่อในปาก และความพอดีของฟันปลอมด้วย ผู้ที่มีโรคเหงือก เบาหวาน หรือฟันผุบ่อย อาจถูกนัดถี่กว่านี้ตามที่ทันตแพทย์ประเมิน
ไม่ต้องรอนัดถ้าพบสัญญาณผิดปกติ เช่น ฟันโยก เหงือกบวมมีหนอง เจ็บขณะเคี้ยว แผลในปากที่ไม่หายนาน หรือฟันปลอมหลวมจนกินอาหารลำบาก ทันตะ จุฬาฯ ระบุว่าการรักษาฟันโยกอาจรวมถึงการขูดหินปูนและรักษาโรคปริทันต์ การปรับการสบฟัน หรือการยึดฟัน จึงควรพาไปตรวจแต่เนิ่น ๆ
อาหารก็มีส่วน กรมอนามัยแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี่ยงอาหารที่หวานจัด เปรี้ยวจัด แข็ง และเหนียว ส่วนผู้ที่ปากแห้งจากยาที่กินประจำ อ่านแนวทางดูแลเพิ่มเติมได้ในบทความปากแห้ง น้ำลายน้อย ของ THAYA
สรุปแล้วควรจำอะไรบ้าง?
- ใช้แปรงขนนุ่มกับยาสีฟันฟลูออไรด์ วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที
- ล้างฟันปลอมหลังอาหารทุกมื้อ และแช่น้ำสะอาดตอนกลางคืน
- ฟันโยกไม่ใช่เรื่องปกติของวัย ควรพาไปตรวจ
- พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง แม้ใส่ฟันปลอมทั้งปาก
มีคำถามอะไรที่พบบ่อยบ้าง?
ใส่ฟันปลอมทั้งปากแล้ว ยังต้องไปหาหมอฟันไหม?
ยังต้องไป กรมอนามัยแนะนำให้ผู้สูงอายุพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง ทันตแพทย์จะตรวจเหงือก เนื้อเยื่อในช่องปาก และดูว่าฟันปลอมยังพอดีหรือไม่ และถ้าฟันปลอมหลวม กดเจ็บ หรือทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก ก็ไม่ต้องรอนัด ควรไปพบทันตแพทย์ได้เลย
ควรถอดฟันปลอมตอนนอนไหม?
ควรถอด กรมอนามัยแนะนำให้ล้างฟันปลอมหลังอาหารทุกมื้อ และแช่ในน้ำสะอาดตลอดคืน ระหว่างแช่ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิด และก่อนใส่กลับในตอนเช้าควรล้างน้ำให้สะอาด ถ้าทันตแพทย์ให้คำแนะนำเฉพาะสำหรับฟันปลอมชิ้นนั้น ให้ทำตามคำแนะนำนั้น
ผู้สูงอายุฟันโยกเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า?
ไม่ใช่เรื่องปกติของวัย ทันตะ จุฬาฯ อธิบายว่าฟันโยกอาจเป็นสัญญาณของโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งเกิดจากหินปูนที่ทำให้เหงือกอักเสบและกระดูกรองรับฟันถูกทำลาย ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและรักษาตั้งแต่ระยะแรก ร่วมกับแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน
ผู้สูงอายุควรแปรงฟันวันละกี่ครั้ง?
กรมอนามัยแนะนำหลัก 2-2-2 คือแปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่มและยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที และงดกินหรือดื่ม 2 ชั่วโมงหลังแปรง ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันอย่างน้อยวันละครั้ง ถ้าแปรงเองไม่สะอาด ผู้ดูแลควรช่วยแปรงซ้ำ


